ไส้ติ่งแตก ไม่ผ่าตัด = ตาย ยกเว้น …
ผู้ชาย 40 กว่าปี
มีอาการปวดท้องด้านล่างมาประมาณ 1 สัปดาห์
ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวก็คงหาย
ซื้อยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อกินเอง จากร้านยาใกล้บ้าน
ยังไม่ได้เข้ามาพบแพทย์
ผ่านไป อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
กินไม่ได้ ไข้สูง ท้องอืด
ปวดจนตัวงอ แทบเดินไม่ไหว
เลยตัดสินใจรีบมารพ.กลางดึก
ตอนมาถึงห้องฉุกเฉิน
ชีพจรเต้นค่อนข้างเร็วครับ
ไข้สูงเกือบ 40 องศา
แม้ ความดันยังดีอยู่
แต่ดูก็รู้เลยว่าร่างกายกำลัง “ติดเชื้อ” รุนแรง
พอตรวจหน้าท้อง…
กลับพบว่า
เหมือนมีก้อนอยู่ที่ท้องน้อยด้านขวา
และคนไข้เจ็บมากเวลาคลำ
สิ่งแรกที่หมอกังวลมากที่สุดตอนนั้น คือ
“มะเร็ง” เพราะการคลำเจอก้อนในช่องท้อง
ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอยู่แล้วคับ
สิ่งที่ต้องทำตอนนั้นคือ
รักษาเบื้องต้นให้ไวที่สุด
ให้ยาฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด (broad spectrum) ทันที
เพื่อกดการติดเชื้อให้เร็วที่สุด
ให้สารน้ำอย่างรวดเร็ว
เพื่อลดภาวะขาดน้ำและป้องกันไม่ให้ความดันตก
ให้ยาแก้ปวด เพื่อลดความทรมานของคนไข้
และรีบส่ง CT scan โดยด่วน
เพราะถ้ายังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง
เราก็จะยังวางแผนการรักษาที่เหมาะสมไม่ได้
แต่ผล CT ที่ออกมา
กลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ไส้ติ่งแตก...”
โชคยังดีครับ อย่างน้อยก็ไม ่ใช่มะเร็ง
หลายๆคนคิดว่า
ไส้ติ่งแตกจะต้องรีบผ่าตัดทันที
ถ้าปล่อยไว้ การติดเชื้อสามารถลุกลามจนเสียชีวิตได้
ไม่ผิดครับ
แต่... เคสนี้ต่างออกไป
เพราะร่างกายคนไข้
พยายามสู้กลับอย่างเต็มที่
ไขมันและลำไส้ในช่องท้อง
เข้าไปห่อหุ้มบริเวณที่แตกไว้
ร่างกายพยายามสร้างพังผืดล้อมรอบ
เพื่อกันไม่ให้เชื้อกระจายทั่วช่องท้อง
ก้อนที่คลำได้ตอนแรก
จริงๆแล้วคือ “ฝีหนอง” นั่นเอง
และนี่คือจุดสำคัญครับ
ในคนไข้กลุ่มนี้
การรีบผ่าตัดทันที
อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
เพราะช่วงที่อักเสบหนักๆ
เนื้อเยื่อจะบวม เปราะบาง และติดกันมาก
ผ่าตัดยากขึ้นอย่างมหาศาล
บางครั้ง แค่ตัดไส้ติ่งอาจไม่พอ
อาจต้องตัดต่อเอาลำไส้บางส่วนออก
แล้วนำลำไส้เล็กมาต่อกับลำไส้ใหญ่ใหม่อีกครั้ง
บางครั้งแผลผ่ าตัดอาจยาวทั้งหน้าท้อง
และที่สำคัญ
นี่คือการผ่าตัดในช่องท้อง
ที่เต็มไปด้วยหนองและการปนเปื้อน
มีโอกาสเกิด แผลติดเชื้อ แผลแยก
และ เกิดภาวะแทรกซ้อนสูงมาก
ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ศัลยแพทย์พยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด
การรักษาที่ดีที่สุดในคนไข้รายนี้
คือ ให้ยาฆ่าเชื้อ และ “ระบายหนอง”
โดยใส่สายระบายผ่านทางหน้าท้อง
พอหนองถูกระบายออก
การอักเสบจะค่อยๆลดลง และหายดีในที่สุด
แต่ตอนหมอไปอธิบายกับคนไข้ว่า
“ไส้ติ่งแตกนะครับ…แต่ยังไม่ต้องผ่าตัด”
คนไข้งงมากครับ
“แตกแล้ว แต่ทำไมไม่รีบผ่า?”
ก็ต้องนั่งคุยกันพักใหญ่
อธิบายถึงเหตุผล
และแผนการรักษา
จนสุดท้ายคนไข้เข้าใจครับ
วันแรกที่ใส่สายระบาย
หนองออกมามากถึง 100 cc.
หลังจากนั้น
ปริมาณหนองค่อยๆลดลงทุกวัน
ไข้เริ่มลด อาการปวดดีข ึ้น
เริ่มทานอาหารอ่อน
และ สุดท้าย…
กลับบ้านได้ภายใน 1 สัปดาห์
และวันที่นัดมาตรวจ CT ซ้ำ
ไม่เหลือหนองแล้วครับ
เคสนี้จบลง
โดยที่คนไข้ไม่ต้องผ่าตัด
ไม่ต้องมีแผลยาวเป็นฟุต
ไม่ต้องเจ็บตัวมากไปกว่านี้
สมัยที่หมอเรียนต่ออยู่ที่ต่างจังหวัด
เจอเคสแบบนี้บ่อยมากครับ
ถ้าไส้ติ่งไม่แตกทะลุ หนองเต็มท้อง
ก็มาด้วยอาการฝีจากไส้ติ่งแตกเนี่ยแหละครับ
โดยเฉพาะพ่อเฒ่าแม่แก่
แก “อึด ถึก ทน” กันมากจริงๆ
ทนปวด ทนไข้
แล้วก็ซื้อยากินเอง
จนสุดท้ายมารพ.ตอนอาการหนักแล้ว
ถ้ามีผู้สูงอายุใกล้ตัว
ฝากบอกแกหน่อยนะครับ
“ปวดท้อง อย่าทน”
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่เริ่มจากแค่ปวดท้องธรรมดา
อาจกลายเป็นเรื่องที่หนักกว่าที่เราคิด
และอาจทำให้รักษาสายเกินไป
ขอขอบคุณอาจารย์และทีม intervention ที่ช่วยเหลื อคนไข้นะครับ
ที่ทำให้คนไข้ปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัด
จากประสบการณ์ที่ผมได้พบเจอเคสไส้ติ่งแตกที่ไม่ต้องผ่าตัดทันที ทำให้เข้าใจชัดเจนว่าบางครั้งร่างกายของคนเราสามารถช่วยต้านทานและควบคุมการติดเชื้อได้ในบางกรณี เช่นในเคสที่มีการสร้างพังผืดห่อหุ้มบริเวณที่ไส้ติ่งแตกไว้จนเกิดเป็นฝีหนอง และการรักษาที่เหมาะสมคือการให้ยาฆ่าเชื้อและระบายหนองโดยใส่สายระบายผ่านหน้าท้อง ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบและลดความรุนแรงของการติดเชื้อได้มาก ผมเคยเห็นหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าไส้ติ่งแตกต้องผ่าตัดทันทีเสมอ ซึ่งจริงๆ แล้ว การผ่าตัดในช่วงที่มีอักเสบรุนแรงและเนื้อเยื่อบวมเปราะบาง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างแผลติดเชื้อหรือแผลแยกได้ง่าย และในการผ่าตัดที่ต้องตัดไส้ติ่งออกพร้อมกับส่วนของลำไส้บ้าง อาจทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวมากและฟื้นตัวช้า การเลือกวิธีรักษาด้วยการระบายหนองจึงเป็นทางเลือกที่บางครั้งเหมาะสมกว่า อีกทั้งยังได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมที่พบบ่อย คือผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุทนปวดท้องหรือมีไข้แล้วซื้อยาแก้ปวดหรือยาฆ่าเชื้อมากินเองโดยไม่พบแพทย์ตั้งแต่แรก ส่งผลให้อาการลุกลามรุนแรงและเสียโอกาสการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้น ผมจึงอยากแนะนำว่าถ้ารู้สึกปวดท้องรุนแรงหรือมีไข้สูงต่อเนื่อง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เพราะอาการปวดท้องธรรมดาอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงได้ สุดท้าย ผมขอขอบคุณทีมแพทย์และทีม intervention ที่ช่วยให้เคสนี้ปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัด และอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเสี่ยงถึงชีวิตได้

