8/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่พบเจอในองค์กรหลายแห่ง ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยหรือ Generation gap เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อคนรุ่นเก่ามีวิธีคิดและวิธีทำงานต่างจากคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน บางครั้งเด็กหรือคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการทดลองและการเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจถูกมองว่าดื้อรั้นหรือไม่เคารพประสบการณ์ผู้ใหญ่ ในขณะที่ผู้ใหญ่ซึ่งคาดหวังผลลัพธ์จากแนวทางที่พิสูจน์แล้ว อาจรู้สึกหงุดหงิดกับการที่เด็กไม่ยอมทำตามคำสั่งหรือวิธีการที่แนะนำ จากการสังเกตพบว่า การยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ ทำให้เกิดอคติและความไม่เข้าใจกัน ปัญหานี้จะยิ่งบานปลายหากไม่มีการสื่อสารที่เปิดกว้างและประสานความคิดอย่างจริงจัง การเข้าใจว่าเด็กสมัยนี้ต้องการพิสูจน์ด้วยตัวเองและมีความอดทนน้อยกว่าคนรุ่นก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่น วลีที่ว่า "No pain, no gain" อาจไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนเหมือนเดิม การให้โอกาสเด็กได้ลองทำและแก้ไขด้วยตัวเองจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้พวกเขารู้สึกมั่นใจและมีส่วนร่วมกับการทำงานมากขึ้น ทางแก้ไขที่ได้ผล คือการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ร่วมกันอย่างจริงใจ ผู้ใหญ่ควรเปิดใจรับฟังและยอมรับเทคโนโลยีหรือวิธีใหม่ๆ ที่เด็กๆ นำเสนอ ในขณะเดียวกันเด็กก็ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและเข้าใจประสบการณ์จากผู้ใหญ่ การรวมพลังกันระหว่างความรู้ด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ชีวิต จะเกิดองค์ความรู้ใหม่ที่ช่วยพัฒนาองค์กรได้อย่างยั่งยืน สุดท้ายการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างคนหลายรุ่นในองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยลดความขัดแย้ง แต่ยังสร้างทีมที่เข้มแข็งและน่าเกรงขาม เพราะทุกคนได้รับการยอมรับ เข้าใจซึ่งกันและกัน รวมถึงช่วยกันเสริมจุดแข็งและแก้ไขจุดอ่อนในแบบของตัวเอง นี่แหละคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในแต่ละองค์กรที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงในยุคที่ทุกอย่างพัฒนาอย่างรวดเร็ว