เบื้องหลัง ChatGPT ทำไมมันเก่งขึ้นทุกวัน?

(Cause): เคยสงสัยมั้ย? ทำไม AI อย่าง ChatGPT ถึงรู้เยอะ ตอบได้แทบทุกเรื่อง!

หลายคนอาจจะใช้ ChatGPT หรือ AI ช่วยงานในแต่ละวัน

แต่รู้ไหมว่า...เบื้องหลังความ "ฉลาดโคตรไว" ของมันคือการ "เทรนอย่างหนักมาก!"

แถมยังไม่ใช่แค่เทรนรอบเดียว แล้วจบด้วยนะ...

การสร้าง AI ให้เก่งแบบนี้ ต้องผ่าน 2 กระบวนการใหญ่:

1. Pretraining – ฝึกจากข้อมูลมหาศาล (เหมือนอ่านหนังสือทั้งโลก)

2. Finetuning – ปรับจูนให้ตรงงานที่ต้องทำ (เหมือนเรียนพิเศษเฉพาะจุด)

วันนี้หมอกิมจะมาเล่าให้ฟังแบบง่าย ๆ ว่า 2 ขั้นตอนนี้คืออะไร และเกี่ยวกับชีวิตเราอย่างไร!

(Formula) : Pretraining + Finetuning คืออะไร?

✨ 1. Pretraining: อ่านทุกอย่างเท่าที่โลกมี

* AI จะถูกสอนด้วยข้อมูลจำนวน "มหาศาล" เช่น เว็บ, หนังสือ, โค้ด ฯลฯ

* เป้าหมาย: ให้มัน "เข้าใจภาษา" ได้แบบกว้างที่สุด

* ลักษณะการเรียน: ไม่มีคนสอนโดยตรง เรียนรู้จาก Pattern ในข้อมูลเอง (เรียกว่า “unsupervised learning”)

เปรียบเทียบง่าย ๆ: เหมือนเด็กคนหนึ่งที่อ่านทุกสิ่งในห้องสมุดโลก แล้วจับ Pattern เองว่าอะไรน่าจะตามกัน

✨ 2. Finetuning: ฝึกเฉพาะทางให้เก่งจบในเรื่อง

* หลังจากเข้าใจภาษาทั่วไปแล้ว ต้องมา “จูนเพิ่ม” ให้เหมาะกับงาน เช่น การเป็นผู้ช่วยหมอ, โค้ชการตลาด ฯลฯ

* ใช้ข้อมูลเฉพาะทาง + มีคนให้ feedback หรือสอนโดยตรง

เปรียบเทียบง่าย ๆ: เหมือนเด็กที่อ่านทุกเล่มมาแล้ว แต่ต้องมาเรียนพิเศษเฉพาะเรื่อง “ทำคอนเทนต์ให้ปังใน TikTok”

(Effect) แล้วเกี่ยวอะไรกับเรา?

การที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน เพราะเค้ามีระบบการ “เรียนรู้ + จูนเพิ่ม” ตลอดเวลา

แต่ธุรกิจเรา… มีอะไรที่กำลังเรียนรู้และพัฒนาแบบนี้อยู่หรือเปล่า?

ถ้าวันนี้คุณยังใช้ AI แบบคนทั่วไป อาจถึงเวลาที่ต้อง "Finetune" ธุรกิจของคุณเองให้ชนะตลาดแล้ว!

ใครอยากรู้ว่า AI จะเอามาใช้ทำคอนเทนต์ ขายของ หรือปั้นแบรนด์ยังไงให้ถูกจูน

มาคุยกับหมอกิมได้ที่ LINE OA: @drgim

2025/10/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมนอกจากกระบวนการ Pretraining และ Finetuning ที่บทความกล่าวถึงแล้ว ยังมีเรื่องของข้อมูลคุณภาพและการประเมินผล AI ที่สำคัญมากสำหรับทำให้ ChatGPT เก่งขึ้นทุกวัน ข้อมูลที่นำมาใช้เทรนต้องมีคุณภาพและหลากหลาย ครอบคลุมหลายมิติของภาษาและความรู้ เพื่อให้โมเดลเข้าใจรูปแบบภาษาที่ดีและตอบสนองคำถามได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ในขั้นตอน Finetuning นอกจากจะใช้ข้อมูลเฉพาะทางและฟีดแบคโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วย AI ปรับตัวแล้ว ยังมีเทคนิคการ Reinforcement Learning with Human Feedback (RLHF) ที่ช่วยให้ AI เรียนรู้จากการประเมินของมนุษย์อย่างละเอียดมากขึ้น ทำให้การตอบกลับมีความเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามเจตนาของผู้ใช้มากขึ้น อีกจุดสำคัญ คือ การอัปเดตแบบต่อเนื่อง (Continuous Learning) ที่ทำให้ AI สามารถเก็บข้อมูลและบทเรียนใหม่ ๆ จากการใช้งานจริง นำไปใช้ฝึกฝนและพัฒนาความสามารถให้ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น การรับมือกับประเด็นใหม่ ๆ ในสังคมหรือความเปลี่ยนแปลงทางภาษา สำหรับผู้ที่สนใจนำ AI เช่น ChatGPT มาใช้ในธุรกิจ อาจเริ่มจากการเลือกใช้โมเดลที่สอบถามหรือช่วยในงานเฉพาะทาง เช่น การสร้างคอนเทนต์การตลาด การดูแลลูกค้า หรือช่วยในงานวิเคราะห์ข้อมูล แล้วค่อย ๆ ปรับแต่งโมเดลผ่าน Finetuning หรือการตั้งค่าต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายของธุรกิจ สุดท้าย ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา AI เหล่านี้ไม่เพียงให้เรารู้ว่า ChatGPT ทำงานอย่างไร แต่ยังเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการปรับปรุงพัฒนาธุรกิจหรือการทำงานของเราเอง โดยเปรียบเหมือนการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จในยุคดิจิทัลนี้ ลองตั้งคำถามตัวเองว่าธุรกิจหรือการทำงานของคุณในวันนี้มีจุดไหนที่ยังสามารถ "finetune" ให้ดีขึ้นได้ไหม แล้วเริ่มต้นพัฒนาต่อไปเพื่อไม่ให้ตกยุค พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน