แจกทริค! สร้าง Brand Guide ด้วย AI ฉบับคนไม่มี CI

สายพรีเซนต์ สายคอนเทนต์ต้องมุง! 🤩 ใครอยากได้สไลด์สีสวยๆ ดูโปร แต่บริษัทไม่มี CI (Corporate Identity) ให้ทำยังไง? วันนี้มีฮาวทูง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

📝 สเต็ปการทำ:

1️⃣ หาภาพเรฟเฟอเรนซ์สีสวยๆ ที่เราชอบเซฟไว้เลย 🖼️

2️⃣ เปิด AI (เช่น Gemini) แล้วอัปโหลดรูปเข้าไป

3️⃣ พิมพ์ Prompt: "ช่วยแกะ CI สำหรับสร้าง Design Lock เพื่อใช้กับ NotebookLM (ขอแบบพร้อม Copy-Paste)" ⌨️

4️⃣ ก๊อปปี้โค้ดที่ AI สร้างให้ ไปใส่ใน NotebookLM ได้เลย! ✨

ง่ายมากแถมประหยัดเวลาสุดๆ เซฟโพสต์นี้เก็บไว้ทำตามเวลาต้องทำสไลด์ด่วนๆ ได้เลยค่า 💕

#แชร์ทริคไอที #รวมเรื่องไอที #หน้าที่การงาน #ตัวช่วยการงาน #สอนใช้AI #ออกแบบ #พรีเซนต์งาน #Lemon8ฮาวทู

4/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับงานพรีเซนต์หรือออกแบบคอนเทนต์ แต่ไม่มี Corporate Identity (CI) จากบริษัทจริงๆ การใช้ AI เข้ามาช่วยสร้าง Brand Guide ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์มากๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ อย่างการเลือกรูปภาพเรฟเฟอเรนซ์ที่ชอบ แล้วใช้ AI อย่าง Google Gemini หรือ NotebookLM ช่วยแยกโค้ดการออกแบบสี ฟอนต์ รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ให้พร้อมใช้ทันที จากประสบการณ์ตรง ฉันเคยลองทำตามขั้นตอนนี้ในงานนำเสนอที่ต้องเร่งด่วน และพบว่าการมีโค้ด Design Lock ที่ AI สร้างให้ช่วยทำให้สีสันและดีไซน์ของสไลด์ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดหาโทนสีหรือฟอนต์เอง เพราะ AI จะประมวลผลจากภาพที่เรานำเข้าและให้โค้ดสอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่เราเลือก อีกทั้ง โค้ดที่ได้ยังรวมถึงรายละเอียดสำคัญ เช่น สีพื้นหลัง สีหัวข้อ สีข้อความ และฟอนต์ที่ควรใช้ ซึ่งช่วยให้การจัดวางองค์ประกอบบนสไลด์มีความสวยงามและสอดคล้องกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับการออกแบบอื่นๆ เช่น โพสต์โซเชียล หรือชิ้นงานกราฟิกได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกภาพเรฟเฟอเรนซ์ต้องเลือกที่มีโทนสีสวยงามและเหมาะกับแบรนด์หรือคอนเทนต์ที่ต้องการสื่อ เพื่อให้ผลลัพธ์ของ AI เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ ในบางครั้งเราอาจต้องปรับแก้โค้ดเล็กน้อยตามความเหมาะสม สุดท้าย การใช้ AI ช่วยสร้าง Brand Guide เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความมืออาชีพให้ผลงานของเรามากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมี CI จากองค์กร ถือเป็นเทคนิคที่ควรค่าแก่การลองใช้สำหรับคนทำงานคอนเทนต์และพรีเซนต์งานทุกคน