การเปลี่ยนแปลงภายหลังการตาe
การแก้เหม็นได้ดีที่สุด
สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและยอมรับในความเหม็น
ประสบการณ์ 9 ปีที่ผ่านมา
อยากบอกว่า
เอาความหอมมาดับความเหม็นไม่เคยได้ผลเลย
มีแต่เวียน มึน เมากลิ่นมากกว่าเดิมไปอีกค่า
เมื่อไหร่กลิ่นจะจางลง
ถ้าเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลง จะรู้ว่าอยู่ที่ 1 เดือน
กลไกการเปลี่ยนแปลงภายหลังการตาE
เริ่มเกิดขึ้นที่ 18-24 ชม
1. เริ่มบูด
ผิวหนังเริ่มเขียวบริเวณท้องล่างขวา
การเน่าของหลอดเลือดใต้ผิวหนัง
การคลายตัวของกล้ามเนื้อต่างๆของร่างกาย
2.เริ่มปูด
เกิดการย่อยสลายของแบคทีเรียนต่างๆ สร้างก๊าซในร่างกาย
ใบหน้าบวมปูดโปน ผิวจะเต่งๆ
เนื้อเยื่อที่หลวมๆจะเหมือนบอลลูน โป่งๆ
ก๊าซที่เกิดขึ้นจะดันให้ของเหลวในร่างกายไหลออกมา
จนบางคนเข้าใจผิดว่าเป็นเลือด
ชื่อเล่นที่เรารู้กัน คือ น้ำเน่า
ผิวหนังที่พอง บางครั้งทำให้ชั้นหนังกำพร้าร่อนเป็นเหมือนบอลลูนของผิวหนังเป็นถุงน้ำ(skin bleb)
ช่วงนี้กลิ่นจะโชยรุนแรงสุด
(ประมาณ 1 สัปดาห์)
3.เริ่มละลาย
ก๊าซที่ฟอร์มตัวเริ่มยุบตัว
ผมหลุดร่วม
เนื้อเยื่อย่อยสลาย ผิวหนังเริ่มยุบแฟ๊บตัวลง
กลิ่มจะเริ่มจาง
เริ่มที่ 1 สัปดาห์
ระยะนี้จะดำเนินไป 2-3 สัปดาห์
4.เริ่มโผล่
เนื้อเยื่อย่อยสลายจนเห็นกระดูกบางส่วน
เริ่มที่ 1 เดือน
กลิ่นจางลงไปมาก จะได้กลิ่นหืนๆจากไขมันที่ชื้นและส่วนที่ย่อยสลายไม่หมดเมื่อเดินเข้าใกล้
เผื่อเป็นประโยชน์ในการจัดการศwจำนวนมาก
ที่เราตัดการไม่ได้ค่ะ🙈
***เพิ่มเติม***
การก่อโรคที่น่ากลัวไม่ใช่ทางอากาศค่ะ
หน้ากากอนามัยอาจจะไม่ช่วยเท่าไหร่
-เรื่องกลิ่นกันไม่ได้ ได้แค่จางลงนิดนึง
-เรื่องโรคติดเชื่อจากกลิ่นเท่าที่คิดออกน้อยค่ะ
-อาจจะป้องกันโรคทางเดินหายใจละอองฝอย(ตอนนี้ส่วนตัวยังนึก/ม่ออก ต้องขอปรึกษาหมอโรคติดเชื้อก่อนค่ะ)
ต้องระวัง!!!!
โรคที่ติดต่อทางดินและน้ำ
- โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร
โรคจากสัตว์ที่กัดกินศพ
- แมลงวัน
- สัตว์กัดแทะ เช่นโรคพิษสุนัขบ้ า
- โรคจากอีอา แร้ง (อันนี้ต้องปรึกษาหมอโรคติดเชื้อก่อนเช่นกันค่ะ)
ในความจริงควรรีบจัดการเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่ตามมา
แต่ในเมื่อจัดการไม่ได้
เราต้องป้องกันค่ะ
ระวังแมลงวันตัวจิ๋วนะคะ🪰🪰🪰
จาก…แพทย์นิติเวชทหาร🐣
Credit:: Knights forensic pathology








































