เสพข่าวมากไป ร่างกายเหมือนอยู่ในวิกฤตจริง😱

ช่วงสัปดาห์นี้มีหลายเหตุการณ์หนักๆ

ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องพื้นที่ น้ำท่วมภาคใต้,

ผู้ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์ไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา

และทุกคนที่รู้สึกสับสน เหนื่อยล้ากับข่าวสารและดราม่ารอบตัว 🙏💚

ข้อมูลผ่านสื่อที่รับเข้ามาไม่ใช่เรื่องเล็กเลย

“สมองไม่รู้ว่าเรากำลังแค่ดูข่าว หรืออยู่ในเหตุการณ์จริง”

มันตอบสนองด้วยการหลั่ง ฮอร์โมนความเครียด (cortisol)

อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง นอนยาก สมาธิสั้น และกินจุกจิกมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า

ความเครียดเรื้อรังจากการรับข่าวเชิงลบมากเกินไป

เพิ่มระดับการอักเสบในร่างกาย ลดคุณภาพการนอน และมีผลต่อสุขภาพระยะยาว

ถ้ายังรับมือความเครียดยาก ลองเริ่มจาก “ลดเวลาการเสพข่าวก่อนนอน”

เล็กน้อยแต่อาจเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้เลย 💚

#หมอปาล์มตามมาบอก

#จัดการความเครียด #socialdetox #ความเครียด

#Lemon8ฮาวทู

Reference:

-Schmitt B et al. Psychoneuroendocrinology. 2024;153:106115.

-Malak M et al. BMC Psychol. 2024;12:352.

-Guo J et al. BMC Psychol. 2025;13:1149.

-ISBM. Global Social Media & Health Systematic Review. 2025. PMID: 41283962.

-Hawiset T & Inkeaw P. Srinagarind Med J. 2023;38(1).

2025/12/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมภาวะความเครียดจากการรับข่าวสารหนักๆ โดยเฉพาะข่าวร้ายและดราม่าต่างๆ นั้น ส่งผลต่อร่างกายได้มากกว่าที่หลายคนคิด สมองไม่สามารถแยกแยะระหว่างการดูข่าวกับการเผชิญเหตุการณ์จริงได้ ทำให้ระบบประสาทตอบสนองด้วยการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดอย่างต่อเนื่อง ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงขึ้นในระยะยาว จะกระทบกับระบบภูมิคุ้มกัน อาจทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อและฟื้นฟูช้าลง รวมทั้งส่งผลให้การนอนหลับผิดปกติ เห็นได้จากอาการนอนหลับไม่เต็มที่หรือหลับยาก นอกจากนี้ยังพบว่าความเครียดจากสื่อทำให้ระบบสมาธิลดลง อารมณ์แปรปรวนง่าย และมีพฤติกรรมกินจุกจิกโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัว การวิจัยล่าสุดในปี 2024-2025 ชี้ว่า ความเครียดจากข่าวสารทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายที่เพิ่มขึ้นและส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับอย่างชัดเจน นำไปสู่ภาวะเรื้อรังที่กระทบสุขภาพระยะยาว เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะไขมันส่วนท้อง เพื่อรับมือกับความเครียดนี้อย่างได้ผล ควรเริ่มด้วยการลดเวลาการเสพข่าวสาร โดยเฉพาะก่อนนอน เช่น การปิดแจ้งเตือนมือถืออย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และจำกัดเวลาการเล่นโซเชียลมีเดียหรืออ่านข่าวไม่เกิน 30 นาทีต่อช่วงเวลา เลือกชมนำเสนอข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและเป็นกลางเท่านั้น นอกจากนี้ควรสังเกตสัญญาณทางร่างกาย เช่น อาการใจสั่น หายใจแรง กล้ามเนื้อเกร็ง หากพบอาการดังกล่าวควรพักสายตา ลุกเดิน หรือเปลี่ยนอริยาบถพร้อมหายใจลึกๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายและลดความเครียดให้ได้มากขึ้น การดูแลสุขภาพไม่เพียงแต่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายเท่านั้น การจัดการกับอารมณ์และความเครียดจากข่าวสารก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพจิตและร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างยั่งยืน