Automatically translated.View original post

The seniors who took the exam chose to study TPAT1 here because?

"I'm very proud of myself for being able to make it beyond expectations." I don't know where to study, go to the reviews on the Internet, so I'm interested in studying here. When I studied GAT, I was linked to another institution before, but I still didn't get it. When I studied with Doctor Pom, I was focusing on the wrong point. There is a very easy to understand principle, systematically, including parts and ethics. Doctor Pom taught principally, systematically, not confused. Focus on the point of being tricked. The doctor made me understand and think everything out more systematically. When I took the exam, I remembered that I had to have one. Number 5, so I can find it. Thank you very much, Doctor Pom.

🗣 further introduction: dek69 Exam 14 Feb 2026

📝 Tip: Tutoring is still in time.

# Medical faculty entrance exam # tpat1 # dek69 # University entrance exam # Special school

2025/11/24 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังคิดเหมือนเราในตอนนั้นว่า “TPAT1 เรียนที่ไหนดี” ขอแชร์วิธีเลือกที่เรียน + วิธีเตรียมตัวให้คุ้มเวลาแบบที่เราลองผิดลองถูกมาแล้วค่ะ (สำหรับสายแพทย์/ทันตะ/สัตวแพทย์ที่ต้องใช้คะแนน TPAT1) 1) เริ่มจากเช็กตัวเองก่อนว่าอ่อนตรงไหน หลายคนโฟกัสแค่ว่าอยากได้ที่เรียน “ดังๆ” แต่พอเรียนจริงอาจไม่ตรงจุด เราแนะนำให้ลองทำข้อสอบ/แบบฝึกหัดสักชุด แล้วจดไว้เลยว่าเราพลาดเพราะอะไร เช่น - อ่านโจทย์ไม่ครบ/หลงคำลวง - จัดลำดับความคิดไม่เป็น โดยเฉพาะพาร์ทเหตุผลเชิงตรรกะ - พาร์ทเชาว์ใช้เวลานาน - พาร์ทจริยธรรมตอบตามความรู้สึกจนหลุดกรอบ พอรู้จุดอ่อน จะเลือกคอร์สได้ง่ายขึ้นมาก และไม่เสียเงินซ้ำค่ะ 2) เลือกที่เรียนจาก “วิธีสอน” มากกว่าคำโฆษณา ตอนเราหารีวิว สิ่งที่ช่วยตัดสินใจจริงๆ คือดูว่าเขาสอนให้คิดเป็นระบบไหม และมีการชี้ “จุดที่ชอบโดนหลอก” หรือเปล่า เพราะ TPAT1 ไม่ได้ยากแบบท่องจำ แต่ยากตรงโจทย์ชวนหลง ถ้าติวแล้วได้โครงคิด/ขั้นตอนทำ จะเอาไปใช้ได้ทุกข้อ 3) ต้องมีการฝึกทำโจทย์แบบจับเวลา หลายคนเรียนแล้วเข้าใจ แต่พอสอบจริงเวลาหาย การฝึกจับเวลาเลยสำคัญมาก เราใช้วิธีแบ่งเป็นรอบๆ เช่น - รอบแรก: ทำแบบไม่จับเวลาเพื่อเก็บวิธีคิด - รอบสอง: จับเวลาเหมือนสนามจริง แล้วเช็กว่าข้อไหนกินเวลาที่สุด - รอบสาม: ทำซ้ำเฉพาะหมวดที่พลาด และเขียนสรุป “ข้อควรระวัง” ของตัวเอง 4) ทำ “สมุดรวมความผิดพลาด” (ช่วยมากกว่าที่คิด) ทุกครั้งที่ผิด เราจะจดสั้นๆ ว่าผิดเพราะอะไร และต้องแก้ยังไง เช่น “ด่วนสรุปจากคำว่า ‘ส่วนใหญ่’ ทั้งที่โจทย์ถาม ‘ทั้งหมด’” ข้อพลาดแบบนี้มักซ้ำเดิม พอจดไว้จะลดการพลาดซ้ำได้จริงค่ะ 5) ทริควันสอบ: อ่านช้อยส์ให้ครบ และระวังช้อยส์แฝง จากประสบการณ์ทำข้อสอบ แนว TPAT1 มีช้อยส์ที่ดูเหมือนถูกหลายข้อ บางปีจะมีข้อที่ต้องไล่ตรวจช้อยส์ละเอียดๆ ถึงจะเจอคำตอบที่ “ครบเงื่อนไข” จริงๆ วันสอบเราเลยใช้กติกาส่วนตัวคือ - อ่านโจทย์ช้าๆ 1 รอบ - ขีดคำสำคัญ (เช่น ต้อง/ไม่ควร/ยกเว้น/ดีที่สุด) - เช็กช้อยส์ทีละข้อ แล้วตัดด้วยเหตุผล ไม่เดาเร็ว ใครกำลังเริ่มติวตอนนี้ยังทันนะคะ ขอให้เลือกที่เรียนที่ทำให้เรา “คิดเป็นระบบ” และฝึกโจทย์สม่ำเสมอ รับรองว่าคะแนนขึ้นได้แบบเห็นชัดเลยค่ะ