Automatically translated.View original post

Who will be the next prime?

The tide and political activism are becoming increasingly apparent, with individuals likely to be watched as the next prime minister. It usually comes from the following groups:

🧭 A group of people being watched.

- Leaders of major political parties such as the Party for Thailand, the Far Per Party, the Proud Thai Party, the Democratic Party, etc.

- A person who has previously served as Prime Minister or Minister, who has a voice base and experience.

- A new generation of politicians popular with the public, especially the younger generation and social media users.

- A person from a business or academic sector who may be nominated by a political party as an "outsider" with a good image.

🔍 Factors that affect your chances of becoming prime.

- The popularity of political parties in the pre-election period;

- The ability to include voices from MPs and MPs.

- The image, credibility and vision of the nominee.

- Social flows and the needs of the people during that period;

# Prime Minister # Political parties # Prime

2025/8/29 Edited to

... Read moreถ้าคุณเสิร์ชคำว่า “รวมนายกประเทศไทย” ส่วนใหญ่เรามักอยากได้ “ภาพรวม” มากกว่ารายชื่อยาว ๆ ว่าใครเป็นใคร และอะไรทำให้คน ๆ นั้นมีโอกาสขึ้นเป็นนายกฯ คนต่อไป เลยขอสรุปแบบที่เราใช้ติดตามเองให้อ่านง่ายขึ้น 1) ทำความเข้าใจก่อนว่า “ตัวเต็งนายกฯ” มาจากไหน โดยทั่วไปคนที่ถูกจับตาจะอยู่ใน 4 กลุ่มหลัก ๆ - หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่/แกนนำพรรค (เพราะมีอำนาจต่อรองในสภา) - อดีตนายกฯ หรืออดีตรัฐมนตรีที่มีประสบการณ์และเครือข่าย - นักการเมืองรุ่นใหม่ที่กระแสดีในโซเชียล (คะแนนนิยมขึ้นไว แต่ต้องดูความพร้อมเรื่องเสียงในสภา) - “คนนอก” จากภาคธุรกิจ/วิชาการที่พรรคเสนอชื่อเพื่อภาพลักษณ์หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 2) ชื่อที่คนพูดถึงบ่อย (จากกระแสข่าวและภาพรวมที่เห็น) ในสื่อและโพสต์สรุปต่าง ๆ มักมีการพูดถึงบุคคลอย่าง ชัยเกษม นิติสิริ, อนุทิน ชาญวีรกูล, พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งแต่ละคนจะถูกหยิบมาเทียบกันเรื่อง “อายุ การศึกษา ประสบการณ์ และข้อจำกัด” สิ่งที่เราแนะนำเวลาอ่านคือ อย่าดูแค่โปรไฟล์สวย ๆ ให้ดู “ความเป็นไปได้ทางการเมือง” ประกอบด้วย 3) ปัจจัยชี้ขาดว่าใครไปถึงเก้าอี้นายกฯ ได้จริง - คะแนนนิยมของพรรค + จำนวน ส.ส. หลังเลือกตั้ง: ฐานหลักที่สุด เพราะนายกฯ ต้องมีแรงหนุนจากสภา - ความสามารถในการรวมเสียง: ไม่ใช่แค่พรรคตัวเอง แต่ต้องรวมพรรคร่วม/กลุ่มสนับสนุนให้พอ - ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ: ช่วงโค้งสุดท้ายกระแสสังคมส่งผลมาก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ - ความเหมาะสมกับ “โจทย์ประเทศ” ตอนนั้น: เศรษฐกิจ ปากท้อง ความขัดแย้ง การปฏิรูป ฯลฯ 4) วิธีอ่านข่าวการเมืองแบบไม่หลงกระแส (ที่เราใช้เอง) - แยก “คนถูกพูดถึง” ออกจาก “คนมีเสียงพอ” บางคนดังมากแต่พรรคไม่พอรวมเสียงก็ยาก - ดูท่าทีพรรคใหญ่เรื่องการจับมือ/ตั้งรัฐบาล จะบอกทิศทางได้เร็วกว่าโพล - เช็กข้อจำกัด/เงื่อนไขส่วนตัวและกติกาในสภา เพราะหลายครั้งเป็นตัวตัดสินจริง สุดท้ายสำหรับคนที่อยาก “รวมนายกประเทศไทย” แบบได้สาระ แนะนำให้ติดตามทั้งโปรไฟล์ผู้ถูกเสนอชื่อและเกมการรวมเสียงควบคู่กัน เพราะตำแหน่งนายกฯ ไม่ได้แข่งกันที่ความนิยมอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ความสามารถในการทำให้เสียงส่วนใหญ่ “ลงตัว” ในเวลาจริง