กินโปรตีนเยอะเกินไปไตพัง

2025/8/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนมาเจอคำว่า “โปรตีนรั่ว” (Proteinuria) ตอนตรวจสุขภาพ แล้วใจเสียทันที เพราะกลัวว่าไตจะพังหรือไตเสื่อมหนักแล้ว ความจริงคือ “โปรตีนรั่ว” เป็นสัญญาณเตือนว่าตัวกรองของไตอาจมีการอักเสบ/รั่ว ทำให้โปรตีน (โดยเฉพาะอัลบูมิน) หลุดออกมากับปัสสาวะมากกว่าปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะไตวายเสมอไปค่ะ ไต “รั่ว” อันตรายไหม? อันตรายมาก-น้อยขึ้นกับ 3 อย่างหลักๆ: (1) ปริมาณโปรตีนที่รั่ว (2) ค่าไต เช่น eGFR/ครีเอตินิน (Cr) และ BUN (3) สาเหตุที่ทำให้รั่ว ถ้ารั่วเยอะต่อเนื่องมักสัมพันธ์กับความเสี่ยงไตเสื่อมเร็วขึ้น และเสี่ยงบวม ความดันสูง หรือไขมันในเลือดผิดปกติได้ แต่ถ้ารั่วเล็กน้อยจากสาเหตุชั่วคราว เช่น ออกกำลังกายหนัก ไข้สูง ขาดน้ำ ก็อาจหายได้เมื่อร่างกายกลับมาปกติ ไตรั่วรักษาหายไหม? คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับสาเหตุ” บางคนรักษาหายหรือดีขึ้นจนโปรตีนรั่วลดลงได้ โดยแนวทางที่หมอมักทำคือ - ยืนยันผล: ตรวจปัสสาวะซ้ำ/ตรวจอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินิน (ACR) หรือ 24 ชม. - หาเหตุ: เบาหวาน ความดันสูง ไตอักเสบ นิ่ว ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs การติดเชื้อ เป็นต้น - คุมปัจจัยเสี่ยง: คุมความดันและน้ำตาลให้ดี (ยากลุ่ม ACEi/ARB มักช่วยลดโปรตีนรั่วในบางรายตามดุลยพินิจแพทย์) เรื่อง “กินโปรตีนเยอะ ไตพังไหม?” โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้ากินมากเกินไป โดยเฉพาะในคนที่เริ่มมีไตเสื่อม/มีโปรตีนรั่ว อาจเพิ่มภาระการขับของเสีย (เช่น ยูเรีย) ทำให้ค่า BUN สูงและอาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้นได้ ฉันแนะนำให้ปรับ “ให้พอดี” มากกว่าจะงดเด็ดขาด และควรยึดตามระดับ eGFR (ระยะไต) ร่วมกับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหาร/แพทย์ เพราะแต่ละคนกล้ามเนื้อ น้ำหนัก และโรคร่วมไม่เท่ากัน ทริคดูแลตัวเองแบบทำได้จริง (ที่ช่วยให้โปรตีนรั่วดีขึ้นในหลายคน) 1) เลี่ยงเค็มจัด/อาหารแปรรูป เพื่อลดความดันและบวม 2) ดื่มน้ำให้พอดี (ไม่มากหรือน้อยเกิน) ตามโรคร่วมของแต่ละคน 3) คุมความดัน-น้ำตาลสม่ำเสมอ เพราะเป็นตัวเร่งไตเสื่อมอันดับต้นๆ 4) ระวังยาแก้ปวด NSAIDs และสมุนไพร/อาหารเสริมไม่ชัดเจน 5) ติดตามผลเลือดและปัสสาวะเป็นรอบๆ ดูแนวโน้ม eGFR, BUN-Cr และปริมาณโปรตีนรั่ว ถ้าคุณมีอาการบวม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะเป็นฟองชัด หรือผลตรวจโปรตีนรั่วสูงต่อเนื่อง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนรักษาเร็วที่สุด เพราะยิ่งจัดการเร็ว โอกาสชะลอไตเสื่อมและลดโปรตีนรั่วมักดีกว่าค่ะ