4/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผมเห็นว่าการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องเผชิญกับการโดดเดี่ยวทางการเมืองครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ แม้สหรัฐฯ จะเป็นซุปเปอร์พาวเวอร์ที่มีกองทัพและกำลังทางทหารมหาศาล แต่เมื่อครั้งนี้ไม่มีพันธมิตรหลัก เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือแม้แต่ NATO ที่เคยถือเป็นแนวร่วมในการเผชิญความท้าทายระหว่างประเทศเข้าร่วมในสงครามกับอิหร่าน แสดงให้เห็นว่าการวางแผนนโยบายการต่างประเทศภายใต้ทรัมป์ขาดความน่าเชื่อถือและอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด จากคำพูดและการกระทำโดยรอบพบว่าทรัมป์ได้รับความเคืองจากพันธมิตรที่ไม่เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ และทำให้สัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอังกฤษมีรอยร้าว นี่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นใน NATO อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เริ่มเปลี่ยนแปลงและประเทศต่างๆ ประเมินความเสี่ยงของการร่วมสู้รบมากขึ้น การถอนกำลังหรือการลำบากในการร่วมมือระหว่างชาติในครั้งนี้ ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก เช่น การผันผวนของราคาน้ำมันและผลกระทบต่อระบบ Petrol dollar จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน จากประสบการณ์นี้ ผมคิดว่าการเมืองระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงต้องอาศัยความร่วมมือและความน่าเชื่อถืออย่างสูง การที่ผู้นำประเทศโดดเดี่ยวเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความเปราะบางและโอกาสเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต