การ Live ขายทุเรียน ไม่ช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว!
จากประสบการณ์ตรง ผมพบว่าการไลฟ์ขายทุเรียนแม้จะช่วยระบายผลผลิตได้ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง เพราะปัญหาหลักอยู่ที่ต้นทุนการผลิตสูงและการขาดที่ดินทำกินของเกษตรกรจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเกษตรกรที่มีถึง 9 ล้านคนที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ทำให้พวกเขาไม่สามารถลงทุนหรือพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพและแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน ต้นทุนปุ๋ยและวัสดุเกษตรส่วนใหญ่มีราคาสูง ซึ่งตามข้อมูลที่ได้จากพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า 30% ของต้นทุนการผลิตมาจากปุ๋ยและวัสดุอื่นๆ หากสามารถลดต้นทุนนี้ลงได้จะช่วยเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างมาก จากที่ได้พบและรับฟังการพูดคุยระหว่างตัวแทนจากพรรคเศรษฐกิจกับหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีความพยายามจัดตั้งคลังกลางวัสดุเกษตร แต่ยังมีข้อสงสัยเรื่องการทุจริตและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์จำนวนมากจากหลายหน่วยงานที่ทำให้การออกใบอนุญาตและการส่งออกผลผลิต เช่น ทุเรียน มีความยุ่งยากเกินความจำเป็น ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้อย่างเต็มที่ ในฐานะผู้ที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ผมเชื่อว่าการช่วยเหลือเกษตรกรมากกว่าแค่ระบายสินค้า แต่ควรเน้นที่การลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร และสร้างมาตรฐานการส่งออกที่คล่องตัวและโปร่งใส เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถยืนหยัดสร้างรายได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ รัฐควรสนับสนุนเทคโนโลยีและเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น รถแทรกเตอร์หรือปุ๋ยราคาถูกที่มีคุณภาพ เพื่อเสริมศักยภาพภาคการเกษตรอย่างจริงจัง สรุปคือ การไลฟ์ขายทุเรียนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้หากไม่แก้ที่ต้นตอของระบบเศรษฐกิจเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากผ่านการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้เศรษฐกิจเกษตรไม่เพียงแค่รอด แต่เติบโตได้อย่างมั่นคงจริงๆ

















