How to get over 800 in TOEFL-ITP
The score in the picture belongs to the students who have taught together for more than 1 year.
The back will have a review of the exercise Conversation+Grammar too...
✨ suitable for: early and late moth children
📍 interested in Line ID: ieptutorhouse# Read according to lemon8 # English # grammar # English gramma
หลายคนทักมาถามเรื่อง “ใบคะแนน TOEFL ITP / ผลสอบ TOEFL” ว่าต้องดูตรงไหน และถ้าอยากให้คะแนนรวมแตะ 800+ ต้องวางแผนยังไงบ้าง เราเลยสรุปแบบที่ใช้จริงตอนติวให้เป็นแนวทางอ่านตามได้เลยนะคะ 1) ใบคะแนน TOEFL ITP ดูอะไรบ้าง (และควรเช็กจุดอ่อนตรงไหน) โดยทั่วไป TOEFL ITP จะมี 3 พาร์ตหลัก: Listening / Structure & Written Expression (แกรมมาร์) / Reading เวลาได้ผลสอบ ให้ดูคะแนนรายพาร์ตก่อนคะแนนรวมเสมอ เพราะมันบอก “คอขวด” ของเรา เช่นบางคน Reading ดีมาก แต่ Listening แผ่ว คะแนนรวมก็ขึ้นยาก วิธีแก้คือกำหนดเป้าพาร์ตที่ต้องดันขึ้นเป็นพิเศษ (เช่น Listening +40–60) แล้วค่อยไล่ปรับแผน 2) คะแนน TOEFL ITP ควรได้เท่าไหร่? ขึ้นกับเป้าหมายที่ใช้ยื่น (โรงเรียน/โครงการ/มหาลัย) แต่ถ้าตั้งเป้า “สูง” แบบ 800+ ต้องทำให้ทั้ง 3 พาร์ตสมดุล ไม่ใช่หวังพึ่งพาร์ตเดียว แนะนำให้ตั้งเป้าเป็นขั้น ๆ เช่น - ระยะที่ 1: เก็บพื้นฐานให้ทำข้อสอบทันและพลาดน้อยลง - ระยะที่ 2: ทำคะแนนให้เสถียร (ทำชุดจับเวลาแล้วคะแนนไม่แกว่ง) - ระยะที่ 3: เน้นจุดที่ยังเสียแต้มง่ายเพื่อดันเพดานคะแนน 3) เทียบคะแนน TOEFL ITP ยังไงให้วางแผนถูก หลายคนดูแต่คะแนนรวม แต่จริง ๆ “การเทียบคะแนน” ที่ช่วยคือเทียบผลลัพธ์จากการทำข้อสอบเก่าเป็นรายพาร์ต เช่น ทำ Listening ชุดหนึ่งแล้วจดว่า - ผิดเพราะฟังไม่ทัน / ไม่รู้คำศัพท์ / ติดกับดักคำพ้อง - ผิดบ่อยในประเภทบทสนทนา (conversation) หรือบทพูดยาว พอทำ 3–5 ชุด จะเห็นแพตเทิร์นชัดขึ้น แล้วค่อยจัดตารางให้ตรงจุด ไม่ใช่อ่านรวม ๆ 4) ข้อสอบ TOEFL ITP ตัวอย่างข้อสอบ / ข้อสอบเก่า ควรใช้ยังไง ถ้าจะใช้ “TOEFL ITP ข้อสอบเก่า” ให้คุ้ม แนะนำ 3 ขั้นตอน: - รอบแรก: ทำแบบจับเวลา (เหมือนสอบจริง) - รอบสอง: ตรวจละเอียดและแยกหมวดที่พลาด (Grammar/Reading/Listening) - รอบสาม: กลับไปทำข้อที่ผิดซ้ำหลัง 3–5 วัน เพื่อเช็กว่าจำเป็น “เข้าใจ” ไม่ใช่แค่จำคำตอบ 5) แผนอ่านที่ช่วยดันคะแนน (เน้น Grammar + Vocabulary + จับเวลา) จากที่เห็นผลชัดกับเด็ก ๆ คือ - ฝึกแกรมมาร์แบบเป็นหัวข้อ: เช่น Present Simple vs Present Continuous, Past Simple vs Past Continuous แล้วทำแบบฝึกหัดที่มีทั้ง conversation และ grammar จะช่วยให้เลือกช้อยส์ได้ไวขึ้น - เพิ่มคำศัพท์เป็นกลุ่ม: คำเชื่อม, คำกริยาที่ออกสอบบ่อย, คำบอกเหตุผล/ตรงข้าม (ช่วยทั้ง Reading และ Listening) - ทำข้อสอบแบบจับเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แล้วจดสถิติคะแนนรายพาร์ต ถ้าอยากให้คะแนนพุ่งจริง ๆ ให้โฟกัส “ทำข้อสอบให้ทัน + ลดข้อผิดพลาดซ้ำเดิม” ก่อน พอฐานแน่นแล้วค่อยไล่เก็บเทคนิคกับข้อสอบเก่า คะแนนรวมจะขึ้นแบบวัดผลได้ค่ะ




