สมมติ นะครับ สมมติ ! หาก DELTA ลาหุ้นไทย

บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA หุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ข้อมูล ณ 17 มิ.ย.2569 อยู่ที่ระดับ 4.33 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 22% ของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทยทั้งหมดที่มีมูลค่า 20.06 ล้านล้านบาท

.

ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ 347 บาท เพิ่มขึ้น 101% จากสิ้นปีก่อน (YTD) หากนับจากการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par) ล่าสุดเมื่อ 28 เม.ย.66 จาก 1 บาท เหลือ 0.10 บาท ซึ่งจะเหลือราคาที่ 74.80 บาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นถึง 364% หรือ 3 เด้ง

.

แม้ 5 ปีหลังสุด (2564-68) กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่อง โดยทำได้ 6,699 ล้านบาท, 15,345 ล้านบาท, 18,423 ล้านบาท, 18,939 ล้านบาท และ 24,814 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/69 ทำได้ 9,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 65% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

.

แต่ก็ไล่ตามราคาที่วิ่งนำไปไกลมาก จนล่าสุดอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) สูงถึง 152.37 เท่า ขณะที่อัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV) ก็สูงถึง 40.64 เท่า

.

ความเคลื่อนไหวของ DELTA ทุก ๆ 1 บาท มีผลต่อดัชนีฯ ถึง 0.987 จุด มีอิทธิพลต่อ SET Index อย่างมาก ทำให้เกิดอารมณ์ขำขันเรียกดัชนีหุ้นไทยว่า DELTA Index ไปแล้ว

.

ขณะเดียวกันมูลค่าการซื้อขายต่อวันของ DELTA ก็สูงสุดในตลาดฯ อยู่ที่เฉลี่ย 4,935 ล้านบาทต่อวัน

.

ดังนั้น "Effective" จึงเกิดไอเดียน่าสนใจกับเรื่อง "สมมติ" หากวันนี้ DELTA ออกจากตลาดหุ้นไทย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ? ทั้งมุมบวกและลบ

.

ข้อย้ำว่า "นี่เป็นแค่เรื่องสมมติ !" โดยอิงข้อมูล ณ 17 มิ.ย.69 ความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ

.

1.ดัชนี SET Index จะหายไป 342.46 จุด เหลือ 1,244.61 จุด

.

2.มาร์เก็ตแคปหุ้นไทยหาย 4.33 ล้านล้านบาท (-22%) เหลือ 15.73 ล้านล้านบาท

.

3.มูลค่าซื้อขายหาย 4,935 ล้านบาท (-7.6%) เหลือ 5.96 หมื่นล้านบาท

.

4.เกิดการบังคับขายและปรับสมดุลย์พอร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ของกองทุนอิงดัชนี (Passive Funds) และกองทุนอีทีเอฟ (ETFs) ทั่วโลกที่มีนโยบายติดตามดัชนีหุ้นไทย

.

5.แรงเก็งกำไรจะหดหายมหาศาล จาก DW และ Block Trade ที่อิงหุ้น DELTA

.

6.ความหวังหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคตของไทยพังทลาย เพราะ DELTA ถือว่าธุรกิจมีความใกล้เคียงกับความเป็นหุ้นเทคฯ (จริง ๆ) ที่สุดแล้วในปัจจุบัน

.

7.หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) จะเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ จากสภาพคล่องและมูลค่าการซื้อขายที่หายไป และความน่าสนใจในหุ้นกลุ่มนี้จะซบเซาลงไป

.

แน่นอนว่าในความเสี่ยงย่อมมีโอกาส ประมวลออกมาได้ดังนี้

.

1.ภาพรวมหุ้นไทยจะดู "ราคาถูกลง" เพราะ P/E จะลดลง (ปัจจุบัน 16.88 เท่า) เพราะ DELTA เทรดบน P/E ถึง 152.37 เท่า ขณะที่ P/BV ก็จะลดลงด้วย (ปัจจุบัน 1.45 เท่า)

.

2.ตลาดหุ้นไทยจะมี "เสถียรภาพ" มากขึ้น เพราะปัจจุบันการ "ขึ้น-ลง" ของ DELTA มีผลต่อดัชนีฯ อย่างมีนัยสำคัญ

.

3.เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลเข้าหุ้นใหญ่ตัวอื่น ๆ แทน เพื่อรักษาน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย

.

และที่สำคัญ โปรดอ่านอีกครั้ง ! ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่อง "สมมติ" เท่านั้น

.

#DELTA #AI #DataCenter #หุ้นเทคโนโลยี #หุ้นร้อนแรง #หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ #หุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุด #SET #ดัชนีหุ้นไทย #วิเคราะห์หุ้นรายตัว #effective #effectiveTH

6/19 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงหุ้น DELTA ที่เป็นหุ้นเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย การสมมติว่าหุ้นนี้จะออกจากตลาดหุ้นไทยจริงๆ ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจและมีผลกระทบลึกซึ้งมากกว่าที่หลายคนคาดคิด จากประสบการณ์การติดตามตลาดหุ้น ผมเห็นได้ว่า DELTA นั้นไม่ได้เป็นแค่หุ้นตัวหนึ่ง แต่เป็นเหมือน 'ตัวแปรสำคัญ' ที่มีอิทธิพลต่อดัชนี SET Index โดยตรง เพราะหากหุ้นนี้ออกจากตลาดหุ้น การลดลงของดัชนีที่ประมาณ 342 จุดจะไม่ใช่เรื่องเล็ก และจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวงกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น การลดลงของ Market Cap ถึง 22% หรือประมาณ 4.33 ล้านล้านบาท จะส่งสัญญาณให้ผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนต่างชาติหันกลับมาประเมินพอร์ตลงทุนใหม่อย่างเร่งด่วน อันเป็นสาเหตุให้เกิดการบังคับขายและปรับสมดุลพอร์ตตามมาหนัก ซึ่งในแง่หนึ่งมันจะสร้างความผันผวนอย่างมากในระยะเวลาสั้น เทคนิคการลงทุนส่วนตัวที่ผมเคยใช้ คือการจับตาอัตราส่วน P/E และ P/BV ของหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตลาดสูง ซึ่ง DELTA นั้นมีค่า P/E สูงถึง 152 เท่า แสดงให้เห็นถึงการเก็งกำไรมากเกินไป ทำให้ถ้าหุ้นนี้ออกจากตลาด ตัวเลข P/E เฉลี่ยของตลาดอาจลดลงและทำให้หุ้นไทยดู 'ราคาถูกลง' ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและราคาพื้นฐานสมเหตุสมผลมากขึ้น ในแง่ของความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) ก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะ DELTA ถือเป็นหุ้นผู้นำในกลุ่มนี้ ทำให้สภาพคล่องและความสนใจของนักลงทุนในกลุ่มนี้อาจซบเซา แต่กระนั้น ตลาดก็เปิดโอกาสให้หุ้นอื่นเข้ามาทดแทนตำแหน่งนี้ และอาจเกิดแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนที่กระจายไปยังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอื่นๆที่อาจได้รับความสนใจมากขึ้น ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าสิ่งนี้เป็นเพียงโมเดลสมมติที่ทำให้เราได้เห็นภาพลักษณ์ของตลาดเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่แบบนี้ และสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างผมแล้ว เรื่องนี้ช่วยให้ผมมีมุมมองที่รอบคอบและวางแผนการลงทุนได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการบริหารความเสี่ยงและการเลือกหุ้นที่เหมาะสมในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็ว