เปิด 3 ธุรกิจในมือ “เสก โลโซ”

พี่เสกออกมาแล้ว

เปิด 3 ธุรกิจในมือ “เสก โลโซ”

บริษัทไหนทำเงินมากที่สุด?

คำถามที่น่าสนใจกว่าดราม่าคือ…

.

ทุกวันนี้ “แบรนด์ เสก โลโซ” ยังทำเงินได้มากน้อยแค่ไหน?

.

ลองไปเจาะดูข้อมูลบริษัทของพี่เสก (เสกสรรค์ ศุขพิมาย) ที่ยังแอคทีฟอยู่ (อัปเดตงบปี 2567) พบตัวเลขที่น่าสนใจตามนี้

.

บริษัท โลโซ เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

รายได้ปี 2567: 9.37 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: 1.93 ล้านบาท

.

รองลงมาคือ บริษัท โลโซ-ดี จำกัด

รายได้ปี 2567: 1.20 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: 692,472 บาท

.

ส่วน บริษัท ศุขพิมาย จำกัด

รายได้ปี 2567: 101,010 บาท

ขาดทุนสุทธิ: 160,299 บาท

.

สรุปคือ ธุรกิจที่ทำเงินมากที่สุดของพี่เสกในข้อมูลล่าสุด ไม่ใช่เครื่องดื่ม ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังเป็น “ธุรกิจบันเทิง” ซึ่งสะท้อนชัดว่า สินทรัพย์ที่แข็งที่สุดของพี่เสกยังคงเป็นชื่อ เสียง เพลง และ Personal Brand

.

จากร็อกเกอร์ล้านตลับ สู่บริษัทบันเทิงหลักล้าน

แบรนด์ศิลปิน ถ้าบริหารดี มันไม่ใช่แค่ชื่อเสียง

แต่มันคือสินทรัพย์ทางธุรกิจที่สร้างรายได้ไม่แพ้ธุรกิจอย่างอื่นเลย

.

#EffectiveTH #เสกโลโซ #พี่เสก #โลโซ #Loso

6/25 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมที่ติดตามศิลปินและการบริหารแบรนด์ในวงการบันเทิงไทย พบว่า Personal Brand อย่าง ‘เสก โลโซ’ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างรายได้จากชื่อเสียงและผลงานเพลงที่แข็งแรง ไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรีอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงอีกด้วย โดยข้อมูลปี 2567 ที่แสดงรายได้และกำไรของบริษัท โลโซ เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งทำรายได้สูงถึง 9.37 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.93 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจหลักของพี่เสกยังคงยึดโยงกับวงการเพลงและความบันเทิงเป็นหลัก ไม่ใช่ธุรกิจเครื่องดื่มหรือร้านสะดวกซื้อตามที่หลายคนอาจเข้าใจ นอกจากนี้ บริษัท โลโซ-ดี จำกัด และบริษัท ศุขพิมาย จำกัด แม้จะมีรายได้น้อยกว่า แต่ก็ยังคงเป็นก้าวสำคัญในพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่หลากหลายของพี่เสก การบริหารธุรกิจแบบนี้จึงเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนตัวผมมองว่า การจัดการแบรนด์และสินทรัพย์ที่มีค่าอย่างชื่อเสียงของศิลปิน เป็นหนทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว หากสามารถบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ จะนำไปสู่รายได้และกำไรที่ไม่แพ้ธุรกิจทั่วไปได้แน่นอน สำหรับคนที่สนใจที่จะพัฒนาแบรนด์หรือต่อยอดธุรกิจจากตัวบุคคล ควรศึกษาแนวทางการบริหารทรัพย์สินที่มีอยู่ เพิ่มมูลค่าโดยการขยายช่องทางสร้างรายได้ และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ Personal Brand มีค่าที่ไม่ด้อยไปกว่าธุรกิจอื่นๆ เลย