FDI ทุบสถิติให้อะไรประเทศไทยบ้าง

ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งปี 2569 คงจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้เป็นที่แน่นอน

.

ครึ่งปีแรก 2569 เรามียอด FDI รวมทั้งสิ้น 1.368 ล้านล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1.359 ล้านล้านบาท ไปเป็นที่เรียบร้อย

.

ภาคอุตสาหกรรมมูลค่าลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1. ดิจิทัล เช่น Data Center, Data Hosting, Cloud Service 2. อิเล็กทรอนิกส์-เครื่องใช้ไฟฟ้า 3. เกษตร-แปรรูปอาหาร 4. โลจิสติกส์-บริการมูลค่าสูง 5. พลังงานหมุนเวียน-สาธารณูปโภคพื้นฐาน

.

ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1. สิงคโปร์ 2. สหราชอาณาจักร 3. จีน 4. ไต้หวัน 5. ญี่ปุ่น

.

การเติบโตที่ค่อนข้างก้าวกระโดดของตัวเลข FDI ช่วง 2 ปีล่าสุดดีต่อเศรษฐกิจไทยไหม ? “ดีแน่นอน”

.

เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่ช่วย “ขับเคลื่อนมูลค่าเศรษฐกิจให้เติบโต” กระจายความเสี่ยงจากเดอะแบกอย่างการส่งออก การท่องเที่ยว ที่เป็นหลักมาตลอดหลายปี

.

นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อาทิ การใช้ซัพพลายเชนในประเทศ เพิ่มมูลค่าส่งออก การจ้างงาน การบริโภค ฯลฯ ขณะที่ในระยะยาวจะเป็นตัวช่วยเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่

.

การเข้ามาแบบรัวๆ ของ FDI ตามทฤษฎีควรให้ผลลัพธ์เชิงบวกตามที่กล่าวไป

.

แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันพบว่า FDI มูลค่ามหาศาลที่เข้ามานั้นอาจสร้างประโยชน์ให้ระบบเศรษฐกิจจำกัด กระจุกตัวในบางภาคธุรกิจเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในลักษณะของ K-Shape และอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง

.

ธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก และประชาชนส่วนใหญ่ อาจไม่ได้ประโยชน์เต็มที่จากมูลค่าการลงทุน

.

เนื่องจากการลงทุนใหม่แม้จะมีมูลค่าสูง แต่เป็นภาคธุรกิจที่เน้นการใช้เทคโนโลยี ขณะที่ภาคผลิตที่เข้ามาใหม่ใช้ระบบการผลิต การจัดการแบบ Automation มากขึ้น จึงทำให้การใช้ Local Content และการจ้างงานอาจไม่สูงตามที่คาดหวังและตั้งเป้าหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับภาคอุตสาหกรรมเดิม ที่มีความจำเป็นต้องใช้จำนวนมาก (แม้แต่ในช่วงการก่อสร้างโรงงาน วัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมาของไทย ก็มีปริมาณการใช้ที่ต่ำมาก)

.

นอกจากนี้การทะลักเข้ามาของสินค้าและวัตถุดิบจากจีนที่มีราคาถูก ยังเป็นปัจจัยกดดันผู้ประกอบการไทยให้ไม่สามารถแข่งขันได้ ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME ซึ่งในระยะใกล้ต้องจับตาการเร่งขึ้นของหนี้เสีย และการปิดกิจการ

.

ด้านการใช้ทรัพยากร “น้ำ” เป็นประเด็นที่น่ากังวลกว่า “ไฟฟ้า” เนื่องจากปัจจุบันไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าเกินอยู่แล้ว และหากต้องการปริมาณมากขึ้นความพร้อมของเอกชนในการลงทุน เพื่อให้รัฐเป็นตัวกลางในการจำหน่ายภายใต้กรอบราคา กติกาที่เหมาะสม สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

.

ขณะที่ น้ำ การบริหารจัดการยังขาดประสิทธิภาพ แม้จะเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมากในทุกปี แต่ไม่เคยบริหารจัดการให้เหมาะสมได้ ต้องเผชิญภาวะท่วม-แล้งอยู่เสมอ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บ การระบายไม่เพียงพอ ซึ่งแผนลงทุนด้านบริหารจัดการน้ำในปัจจุบัน ยังไม่สอดรับกับความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการลงทุนใหม่

.

“ความร้อน” เป็นอีกหนึ่งปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะตามมาอย่างแน่นอน เพราะอุตสาหกรรมใหม่กลุ่มดิจิทัลที่เข้ามาลงทุน จำเป็นต้องใช้ความเย็นตลอดเวลา หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะปล่อยความร้อนออกนอกอาคาร แม้จะมีข้อกำหนดด้านการจัดการตามกฎหมาย แต่ด้วยการบริหารจัดการแบบไทยๆ ยังไงก็คุมไม่อยู่

.

สรุป การมาของ FDI มูลค่ามหาศาลเป็นเรื่องดี เป็นโอกาส แต่ต้องมี “รัฐ” และ “ข้าราชการ” ที่มีประสิทธิภาพในการบริหาร ควบคุม สร้างกฎ กติกาที่เคร่งครัด และปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา เพื่อกระจายประโยชน์ รักษาประโยชน์ให้ทุกภาคส่วนในประเทศมากที่สุด คำถามคือ มีกี่โมงงง ?

.

#FDI #การลงทุน #การลงทุนจากต่างประเทศ #Effective #Effectiveth

8/9 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่า FDI ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เข้ามาช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคดิจิทัลที่กำลังเติบโตรวดเร็ว เช่น Data Center และ Cloud Service ซึ่งการลงทุนในกลุ่มนี้จะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีของประเทศ ความสามารถในการรองรับธุรกิจยุคใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มมูลค่าส่งออกและสร้างความเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือการกระจุกตัวของการลงทุนในบางอุตสาหกรรม และการใช้เทคโนโลยี Automation ที่สูงขึ้น ทำให้การจ้างงานและการใช้วัตถุดิบในประเทศอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร เห็นได้ชัดว่า SME หลายรายกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสินค้าราคาถูกนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงความท้าทายในเรื่องทรัพยากรน้ำที่จำเป็นต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เพื่อรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเด็นสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกด้านที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการปล่อยความร้อนจากโรงงานในกลุ่มดิจิทัลที่อาจทำให้เกิดผลกระทบด้านอุณหภูมิและคุณภาพอากาศได้ ซึ่งจะต้องอาศัยมาตรการควบคุมที่เข้มข้นและการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สุดท้าย ผมมองว่าโอกาสจากการลงทุน FDI มหาศาลนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประเทศไทยได้ หากภาครัฐสามารถบริหารจัดการทั้งในเชิงนโยบายและกลไกการควบคุม เพื่อให้เกิดการกระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง ส่งเสริมทั้งภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ SME รวมถึงรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรสำคัญของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันพัฒนาอย่างยั่งยืน