🥚คุชชั่นไข่ fwee ตัวใหม่งานปกปิดคือจึ้งมากกก ชอบเลยอะ ทำไมปีนี้ได้ลองอะไรดีๆเยอะจัง ##fweethailand##fwee##fweebesties#คุชชั่นไข่ #รีวิวคุชชั่น
หลังจากได้ลอง Fwee Egg Fit Cushion (คุชชั่นไข่) ช่วงนี้ เข้าใจเลยว่าทำไมคนพูดกันว่า “ปกปิดสุดจึ้ง” เพราะเนื้อคุชชั่นให้ฟีลแน่นแบบพอดีๆ ไม่ได้หนาโป๊ะ แต่ช่วยกลบความแดงรอบจมูก รอยสิวจางๆ และรูขุมขนได้ดีมาก โดยรวมเป็นงานผิวแบบ semi-matte finish คือดูเนียนขึ้น แต่ยังไม่แห้งกรัง เหมาะกับวันที่อยากให้หน้าดูเป๊ะขึ้นแบบไม่ต้องลงรองพื้นหลายชั้น เรื่องที่หลายคนชอบค้นหาอย่าง “fwee cushion swatches” เราว่าดูสีให้ชัดๆ สำคัญมาก เพราะคุชชั่นของแบรนด์นี้โทนไม่ได้เหลืองจัดทุกสี ในรูปที่เราเห็นจะมีโทน Natural กับ Peach ซึ่งส่วนตัวตีความแบบนี้: Natural จะเป็นกลางๆ ใช้ได้กับคนที่ไม่ได้ติดชมพูหรือเหลืองมาก ส่วน Peach จะออกโทนพีช/ชมพูหน่อย เหมาะกับคนที่หน้าหมองง่ายหรืออยากให้ผิวดูสดใสขึ้น (แต่ถ้าใครผิวเหลืองมากๆ อาจต้องลองเทสต์ก่อน) ถ้าใครสงสัยว่า “fwee black cushion” ต่างจากคุชชั่นไข่ยังไง—จากฟีลการใช้งานของเรากับคุชชั่นไข่ รุ่น Egg Fit จะเด่นเรื่องการปกปิดและความเนียนแบบพอดีๆ พร้อมกัน และให้ลุคสุภาพ ใช้ได้ทุกวัน ส่วนรุ่นที่คนเรียก black cushion หลายคนจะคาดหวังความติดทน/คุมมันมากขึ้น (แนะนำเช็กชื่อรุ่นบนกล่องให้ชัด เพราะแต่ละประเทศอาจเรียกต่างกัน) อีกคำที่เห็นคนหาเยอะคือ “glass cushion foundation / fwee cushion glass” ถ้าเป้าหมายคือผิวกระจกฉ่ำๆ เราว่าคุชชั่นไข่ตัวนี้ยังทำได้ แต่ต้องอาศัยการเตรียมผิวและวิธีลงช่วยนิดนึง เช่น ลงสกินแคร์ให้ชุ่มแต่ซึมก่อน แล้วใช้พัฟกดแบบเบามือ ทีละชั้น บริเวณแก้มค่อยๆ build เพิ่ม จากนั้นปิดงานด้วยสเปรย์ล็อกเมคอัพแบบผิวโกลว์บางๆ จะได้ความฉ่ำแบบดูสุขภาพดีมากกว่าเงาวาว ทริคเล็กๆ ให้ติดทนและไม่คราบ: ถ้าผิวมันให้เซ็ตแป้งเฉพาะจุด (ข้างจมูก/คาง) ส่วนผิวแห้งให้เน้นลงบางๆ และเติมเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด ระหว่างวันถ้ามัน ให้ซับก่อนค่อยแตะเพิ่ม จะสวยกว่าโปะทับทันที โดยรวมเราประทับใจตรง “cover” ที่ทำได้จริงและยังดูเป็นผิว เหมาะกับคนที่อยากได้คุชชั่นงานปกปิด ใช้เดี่ยวๆ ก็รอด แถมมี SPF50+ PA+++ สำหรับวันรีบๆ คือจบในตลับเดียว

