Fwee Spa Glowing base เข้าไทยแล้วน้าา 🌟
01 Semi dewy มีความฉ่ำๆแบบธรรมชาติ spf30PA++ โทนอัพไม่ลอย
02 Wet dewy ฉ่ำแบบดื่มน้ำมา10แก้ว โกลว์แบบถูกต้อง spf50+PA++++
2.2 นี้เจอกันเลยยย
ใครกำลังเล็ง Fwee Spa Glowing Base แล้วไม่แน่ใจว่าจะเลือก Semi Dewy หรือ Wet Dewy ดี เราขอแชร์วิธีเลือกแบบที่เราใช้จริงให้หน่อยค่ะ เพราะสองสูตรให้ฟีล “โกลว์” เหมือนกัน แต่ผลบนผิวต่างกันพอสมควร เริ่มจากภาพรวมก่อนนะ Fwee Spa Glowing Base เป็นเบสที่ช่วยทำให้ผิวดูใสฉ่ำแบบสุขภาพดี และมีค่า SPF ให้ด้วย (สะดวกสำหรับวันที่อยากแต่งหน้าเบาๆ) จุดที่เราชอบคือความโกลว์มันดูเป็นงานผิว ไม่ได้วาวแบบมันเยิ้ม ถ้าเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิว/อากาศจะสวยมาก 1) Semi Dewy (Semi Dewy) สูตรนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ความฉ่ำแบบ “ธรรมชาติ” และอยากให้ผิวดูโทนอัพแบบไม่ลอย เนื้อจะค่อนข้างบาลานซ์ ระหว่างความชุ่มชื้นกับความสบายผิว เราว่าดีมากสำหรับวันทำงาน หรือวันที่ต้องออกไปเจออากาศร้อนๆ เพราะยังให้ความผิวสวยแต่ไม่หนักหน้า ค่า SPF30 PA++ เหมาะกับวันอยู่ในเมืองหรือออกแดดไม่จัดมาก (แต่ถ้ากลางแจ้งนานๆ แนะนำทากันแดดแยกเพิ่มเพื่อความชัวร์) เหมาะกับ: - ผิวผสม/ผิวมันที่อยากได้ลุคโกลว์แบบพอดี - คนที่กลัวโทนอัพลอย หรือไม่อยากให้หน้าดูขาวเกิน 2) Wet Dewy (Wet Dewy) อันนี้คือสายฉ่ำต้องลอง ความเงาจะชัดกว่าแบบ Semi Dewy ให้ฟีลเหมือนผิวอิ่มน้ำ “ดื่มน้ำมา 10 แก้ว” จริงๆ และโกลว์แบบถูกต้องตามชื่อ Wet Dewy ค่า SPF50+ PA++++ คือให้มาสูงกว่า เหมาะกับวันที่ต้องเจอแดดหรืออยากได้ลุคผิวโกลว์เล่นแสง ถ้าผิวแห้งจะฟินมาก แต่ถ้าผิวมันมากๆ อาจต้องเซ็ตบางจุดด้วยแป้งฝุ่นใส เหมาะกับ: - ผิวแห้ง/ผิวขาดน้ำ หรือคนที่ชอบงานผิวฉ่ำๆ - วันออกงาน ถ่ายรูป หรือแต่งหน้าแนวเกาหลีๆ ทริคการใช้ให้สวย (จากที่ลองแล้วเวิร์ก) - ลงปริมาณน้อยก่อน โดยเฉพาะ Wet Dewy แล้วค่อยๆ เพิ่ม จะได้ไม่เงาเกิน - ถ้ากังวลหน้ามัน: ใช้ Wet Dewy เฉพาะโหนกแก้ม/สันจมูก แล้วใช้ Semi Dewy หรือไพรเมอร์แมตต์บริเวณทีโซน - อยากให้ติดทน: รอให้เบสเซ็ตตัวสัก 30-60 วินาที แล้วค่อยลงรองพื้น/คุชชั่น จากนั้นเซ็ตแป้งบางๆ สรุปสั้นๆ ถ้าชอบโกลว์แบบสุภาพ ใช้ง่ายทุกวัน เลือก Semi Dewy แต่ถ้าชอบงานผิวฉ่ำวาว เล่นแสงชัด และอยากได้ SPF สูงกว่า เลือก Wet Dewy ได้เลยค่ะ



































































































