รีวิวอาชีพที่ทำอยู่ No CAP!! EP.2

มาละ 1ปีกับอีก1เดือนที่ทำงาน LP Thaiairwaysมา วันนี้จะเปิดทุกอย่าง✨🥹

ตามที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านั้น ครึ่งปีที่อยู่กับงานนี้มา จนวันนี้1ปีแล้วจ้าาทุกคน กว่าจะมาถึงวันนี้เสียหายไปเยอะมาก ไม่ใช่เงินนะ แต่เป็นสุขภาพและสุขภาพจิตใจ มันเสียยังไงมา!!

😐อย่างแรกเลย: scopeงานคือเหมือนเดิม วิ่งเหมือนเดิม ปวดหัวเหมือนเดิม เจอผู้โดยสารเหมือนเดิม เพิ่มเติม วิวแชร์เยอะกว่าเดิม(ไม่เดินกันเลยไง๊)อาจจะเพิ่มเติมมานิดหน่อยในเรื่องของ สายการบินอื่นที่ต้องไปช่วย เริ่มมีสกิลละไง เลยให้ไปตายเอาดาบหน้าบ่อยขึ้น ส่วนตัวของเรา เราโดนให้ไปทำสายการบินอื่นมากขึ้น เช่น สายการบินจีน UA ANA SQ UU และอื่นๆ แต่ถามว่ายากมั้ย ไม่ยากเลย แค่เราต้องสื่อสารกับผู้โดยสารเขาให้ได้ก็พอ รับเรื่องจากเจ้าของไฟล์ทมายังไงก็ไปคุยกับผู้โดยสารเขาให้รู้เรื่องก็พอ ส่วนใหญ่จะเป็นดูแล เฉยๆ เราเป็น Introvert เลยไม่ค่อยติดอะไรมากในส่วนนี้ เพราะเราไม่ค่อยคุยกับผู้โดยสารมากเท่าไหร่แค่คุยตามบรีฟคุยๆ คุยจบก็จบ😌

🙃สอง: จำนวนงาน ก่อนที่จะครบปีก็จะได้งานโดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่5-6งาน แต่เราสังเกตุว่าหลังๆเราจะได้แค่ประมาณ3-4 งานต่อวัน บางวันก็5 ขึ้นอยู่ที่ว่าวันนั้นมีเพื่อนลางานไปเยอะหรือน้อย ถ้าเยอะก็จะโดนงานเยอะหน่อย

🫠สาม: เวลาพักผ่อน ด้วยที่ลักษณะงานมันทำ4วันหยุด2วัน ตารางงานเป็นขั้นบันได เวลาจะไม่ตรงกับคนอื่นอยู่แล้ว ชม.การทำงานก็จะอยู่ที่9-10ชม.รวมพักเบรก ในตรงนี้เราไม่เหนื่อยเลย ถือว่าโอเค แต่เราเริ่มเบื่อเวลาที่ต้องสลับตื่นเช้าบ่าย เริ่มเบื่อการนอนไม่เป็นเวลา เพราะมันส่งผลเสียมาก ระยะยาวด้วย เราถามคนที่ลาออกไป บางคนพักฟื้นเป็นปีเลยนะกว่าจะกลับมาเป็นปกติ นอนเวลาปกติ สุขภาพปกติ เพราะเวลาการทำงานมันต้องcover กับตารางบิน

😶สี่: สุขภาพ อันนี้เราของพูดรวมทั้งร่างกายและจิตใจเลยนะ จะบอกว่าเราอยู่กับงานนี้มา1ปี4เดือน(รวมกับสัญญาเก่า) สุขภาพร่างกายแย่ลงไปเยอะมาก จากที่หายเป็นภูมิแพ้แล้วตอนนี้กลับมาเป็นอีก และหนักขึ้นเรื่อยๆ เข้ารพ.ไปแล้ว3รอบ แอดมิท1รอบ(แต่เราขอหมอกลับมานอนที่บ้านแทน เพราะคิดถึงบ้านมาก)😢 แรกๆเราก็ตื่นเต้นนะ ไม่ค่อยกลับบ้าน แต่หลังๆมาเริ่มเป็น homesickหนักขึ้น อาจจะด้วยการอำนวยความสะดวกอะไรหลายๆอย่าง ค่าครองชีพ ค่าข้าว อะไรแบบนี้ ส่วนสุขภาพจิตใจ คือแย่มากกกกก2/10 ทั้งโดนผู้โดยสารด่า ทั้งภายใน(อันนี้เขาไม่ให้บอก)เดะอยู่ไม่ครบ😒 แต่เทเปอร์เซ็นไปทางผู้โดยสารมากกว่าเหมือนเราเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขา ฟีลแบบไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมา อยู่ก็มาเหวี่ยงมาว่าเรา แล้วก็อีกประเภทคือ เอาแต่ใจตัวเอง ต้องได้แบบนี้เท่านั้น สั่งให้กราบก็ต้องกราบ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ประเทศเขามีแบบนั้น ทำไมเราไม่มี ไม่พอใจก็ด่า คือ โลกหมุนรอบตัวเธอเท่านั้น เราร้องไห้เพราะผู้โดยสารมา2รอบ รอบแรกคือ ผิวขาว รอบ2คือ อินเดียปากี แล้วก็เม้งแตกกับอินเดียปากีไป2รอบ จากที่เราไม่เคยเป็นเลย ส่วนตัวเราไม่ค่อยอะไรกับใคร แต่พอมาทำงานนี้คือ ตัวกูนิสัยใคร นิสัยเปลี่ยนไปเยอะมาก ความอดทนเริ่มมีน้อย แต่เราทำอะไรไม่ได้ไง เพราะเราทำงานบริการต้องมี service mind ท่องไว้ คือไม่อยากเล่ารายละเอียดมาก เพราะมันเป็นมุมมองจากเราที่เราเจอมากับตัวเอง

😬ห้า: นิสัยเล็กๆที่ได้มา คือการทำอะไรที่เป็นขั้นตอนมากขึ้น มีระเบียบมากขึ้น มีความกล้ามากขึ้น ได้ใช้ความคิด คิดเองทำเองมากขึ้น พึ่งตัวเองมากขึ้น

🫨หก: ภาษาเราได้ภาษาเพิ่มขึ้นถึงจะเล็กๆน้อยๆ แต่เราเจอทุกวัน มันได้ใช้ ได้ยินผ่านๆทุกวัน จนมันจำไปเอง เราไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษเลย แต่ก่อนในแบบนี้อาจารย์เรียกชื่อถามคือปิดไมค์หนีไม่ตอบเพราะกลัวเพื่อนjudge เข้าห้องเรียนแบบเข้าทุกคาบไม่ทราบอะไรเลย ตั้งแต่เราตัดสินใจมาทำงานนี้ เรากล้าที่จะใช้ภาษามากขึ้น ไม่กลัวผิด แต่แอบกลัวjudgeอยู่ แต่ก็เสนอหน้าพูดอยู่ดี ทำไมอะผิดก็ผิด ไม่พูดจะรู้หรอว่าถูกหรือผิดอะ ต่างชาติส่วนใหญ่ก็น่ารัก เขาเข้าใจว่าเราพยายามจะบอกอะไร เขาก็try to understand เรา ละก็พูดทวนเป็นฟีลสรุปในสำนวนภาษาของเขาอะ แบบที่ถูกต้องหรือที่มันง่ายๆ เราก็ได้รู้ในตรงนี้ด้วย🥲

🤯เจ็ด: ความกดดัน คือทำงานตรงนี้บอกเลยว่าทุกคนมีฝันทุกคน ไม่ใช่มาทำเฉยๆ ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ส่วนใหญ่คืออยากเป็นลูกเรือกันหมด ละคนที่เข้ามาคือเก่งๆหมดไง ฟีลมาเก็บประสบการณ์เป็นrecordประดับresume เฉยๆ อย่างในออฟฟิศ เขาจะเม้ามอยกันว่า ไปสมัครสายนู้นนี้มา ผ่านรอบนู้นรอบนี้ มาdiscussกัน แต่ไอเรานี่ดิ ไม่รู้จะคุยอะไรกับเขาเพราะไม่ได้ไปลงสนามเยอะแยะอะไรแบบเขา ไปลงมาแค่2ที่ แต่ตุ้บตั้งแต่รอบแรก🥲 เลยไม่มีอะไรให้คุย เราก็อยากเป็นนะ แต่เรามีหลายแพลน ถึงไม่ได้แพลนนี้ ก็ไปแพลนอื่น แอบเหงาตอนที่เพื่อนคุยกัน ได้แต่นั่งฟัง🥹 หมาหงอยเลย มันกดดันมากนะ จากคนที่เริ่มจาก1อะ ตอนนี้ก็กดดัน

☹️แปด: หมดไฟ เรื่องหมดไฟอะเราเริ่มมีมาสักพักละ จนหว่านสมัครงานใหม่ สมัครสายอื่นเลยแหวกไปเลย ละมันได้ด้วยไง😂 แต่ก็ยังไปไม่ได้อยู่ดีเพราะถ้าลาออกต้องจ่ายค่าปรับ ละมันต้องเปลี่ยนแนวไปเลย ตอนนี้ก็หมดไฟ อยากลาออก พูดทุกวัน พูดกับแม่ทุกวัน อยากกลับบ้าน อยากเลี้ยงแมว อยากไปถือmacbook สวยๆไปทำงาน กลางวันไปนั่งคาเฟ่ ทำคอนเท้นต์ที่อยากทำ(today outfit)😂 อยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่แม่ก็กรอกหูทุกวัน เลือกแล้วทำให้มันจบเป็นอย่างๆ เสียค่าปรับ30k เลยนะ ถึงมีเงินเสียก็เถอะแต่การไม่เสียก็ดีกว่า เลยต้องจำใจไปทำเหลือแค่2ปีเอง ปลอบใจตัวเองทุกวัน แม่ปลอบทุกวัน ทางบ้านปลอบทุกวัน ละวันๆในหัวคือมีแค่คำว่าลาออก กับจะใช้ตั๋วไปเที่ยวไหนดีแค่นั้นเลย เวลาหาแฟนคือไม่มี หาตังอย่างเดียว ทำงานเสร็จก็นอน นอนเบื่อก็ออกไปวิ่ง วิ่งเบื่อก็เวท ยกดัมเบลในห้อง วนลูปไป จะกินอะไรก็ต้องคิดดีๆกว่าว่ากินแล้วเงินมันจะพอถึงสิ้นเดือนมั้ย ประหยัดสุด(แต่ใจไม่อยากเลย)

💵เก้า: รายได้ถ้าเทียบกับฐานเงินเดือนกับอาชีพอื่นๆคือน้อยมาก ต้องทำโอทีถึงจะมีเงินพอกิน+เก็บ ไม่รวมเที่ยวนะ

🤝สิบ: สวัสดิการถือว่าก็โอเคระดับนึง ถ้าเราป่วยตอนทำงานก็ลงไปหาหมอได้เลย บริษัทจ่ายต้องเป็นหมอในสนามบินนะ เราเคยไปมารอบนึงภูมิแพ้ขึ้น เราไม่ได้เสียเงินเลย สวัสดิการตั๋วพนักงานก็มีให้6ใบต่อปี พ่อแม่ แล้วก็companian มีให้6ใบเหมือนกัน มีตั๋ว50%แล้วก็ตั๋วฟรี เราใช้ไปแค่0.5ใบ คือเที่ยวเดียว😂เพราะมันหยุด2วันอะ ไปไหนได้เลยกลับตั๋วนอกแทน วันลาพักร้อนปีนี้เราได้6วัน+ของปีที่แล้ว2.5เป็น 8.5วัน 😌จะใช้ยังไงให้หมดคะ แค่ต้นปีเหลือแค่6วัน คือจะใช้ทีนึงต้องคิดแล้วคิดอีก เขาก็มีกองทุน แล้วแต่เราจะเลือก ละขอบ่นหน่อยงานนี้เป็นงานที่ต่อให้เรียนจบแล้วก็ยังต้องมาเรียนอยู่ค่ะ เรียนเรื่อยๆ คือเรียนตลอดไป เรียน+สอบอยู่นั้น เรียนเรื่องpolicyต่างๆ การสอบผ่าน การสอบต่ออายุบัตรอนุญาต เยอะแยะ ปีนี้เราเรียนไป4บท 🫩จะอ้วกแล้วค่าา

หมดละ ขออภัยรูปภาพน้อยเพราะมัวแต่วิ่ง เก็บภาพไม่ได้เหมือนมาระบายความในใจ😅แต่เรามารีวิวจริงๆ มันคือสิ่งที่รู้สึก และสิ่งที่เจอมาจริงๆ ถ้าใครอ่านแล้วคิดเห็นยังไง บอกได้ น้อมรับทุกความคิด🙏🏻🙏🏻#รีวิวอาชีพ #lemon8career#งานสายการบิน #พนักงานสายการบิน #คนทำงานสนามบิน

7/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำงานในอาชีพพนักงานสายการบินไม่ใช่แค่เรื่องการบริการผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง จากประสบการณ์โดยตรงพบว่าในช่วงปีแรกนั้น การทำงานสลับเวลาและรับมือกับลูกค้าจำนวนมากทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง เช่น การนอนไม่เป็นเวลา ทำให้ระบบร่างกายอ่อนแอลงและเกิดโรคภูมิแพ้เดิมกำเริบขึ้นมาอีก ในด้านสุขภาพจิตใจ ความกดดันจากการต้องรับมือกับผู้โดยสารที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ใจร้อน เอาแต่ใจ หรือบางครั้งก็มีการเหวี่ยงใส่โดยไม่มีเหตุผล เป็นเรื่องท้าทายและกระทบต่อความรู้สึกอย่างมาก แต่ทั้งนี้ งานนี้ก็ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะส่วนตัวที่ดีขึ้น เช่น การมีวินัยในการทำงาน ความรับผิดชอบ ความกล้าฝึกใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับผู้โดยสารต่างชาติ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น แม้ความกลัวการถูกตัดสินจะยังมีอยู่บ้าง แต่นี่คือโอกาสสำคัญที่ทำให้พัฒนาภาษาและเพิ่มความมั่นใจอย่างช้าๆ สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองทำงานสายการบินควรเตรียมใจรับกับความท้าทายดังกล่าว และเตรียมวิธีดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้พร้อม อีกทั้งการบริหารจัดการเงินและเวลาอย่างเหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากรายได้นั้นค่อนข้างจำกัดและต้องอาศัยทำโอทีเพื่อให้มีเงินเก็บ หรือเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ ควรทำความเข้าใจกับสวัสดิการของบริษัท ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและตั๋วเดินทางพนักงานและครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง เรื่องการเรียนรู้นั้น งานในสายนี้ต้องเรียนรู้และสอบผ่านหลายขั้นตอนตลอดเวลา เพื่อให้สามารถพัฒนาตัวเองและรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและบริการที่ดี การมี mindset ที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัวจึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำงานระยะยาว สุดท้ายนี้ ถึงแม้บางครั้งจะมีความท้อแท้ หมดไฟจากงาน แต่หลายคนก็ยังคงทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เพราะนี่คือโอกาสในการเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ที่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา การรับมือกับผู้คน หรือการเติบโตในสายอาชีพนี้ ที่เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้านจะเห็นได้ว่า อาชีพนี้ไม่ได้ง่าย แต่ก็มีคุณค่าและโอกาสที่ดีสำหรับคนที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านี้อย่างจริงจัง

6 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ARIN TT
ARIN TT

Wing สวัสดิการมีโบนัวประจำปีให้ไหมคะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม