ญี่ปุ่นเล็งสร้าง "วงแหวนดวงจันทร์" ป้อนพลังงานแบบไร้ขีดจำกัดมายังโลก!… โครงการระดับเมกะโปรเจกต์นี้มีชื่อว่า ลูน่า ริง (Luna Ring) ซึ่งนำเสนอโดยบริษัท ชิมิสุ คอร์ปอเรชัน (Shimizu Corporation) ยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้างของญี่ปุ่น โดยมีวิสัยทัศน์คือการเปลี่ยนดวงจันทร์ให้กลายเป็นสถานีผลิตไฟฟ้าขนาดยักษ์เพื่อส่งพลังงานกลับมายังโลกแบบไม่มีวันหมด!

.

แนวคิดนี้มุ่งเน้นการติดตั้งแถบโซลาร์เซลล์ (Solar Cells) ไว้ตลอดแนวเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์เป็นระยะทางยาวกว่า 11,000 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 400 กิโลเมตร โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติในการก่อสร้างและขุดทรัพยากรบนดวงจันทร์มาใช้งาน

.

จุดเด่นของระบบนี้คือ การที่ดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศที่แปรปรวนเหมือนบนโลก จึงทำให้ดวงจันทร์กลายเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่า ที่สามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้โดยตรงและคงที่ตลอดเวลา

.

โดยพลังงานจากแสงอาทิตย์อันมหาศาลที่เก็บรับได้จะถูกแปลงเป็นคลื่นไมโครเวฟ (Microwave) และลำแสงเลเซอร์ (Laser) ความเข้มสูง ยิงตรงมายังสถานีรับพลังงานบนพื้นโลก ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลน พลังงานสะอาด (Clean Energy) ของมวลมนุษยชาติได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

.

แม้การสร้างวงแหวนรอบดวงจันทร์จะดูเป็นแผนการที่ทะเยอทะยานสูง แต่เทคโนโลยีการส่งพลังงานไร้สายจากอวกาศนั้นมีการทดลองที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2023 คณะวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) หรือ แคลเทค (Caltech) ได้พิสูจน์ให้เห็นผ่านการทดลอง เมเปิล (MAPLE) ว่ามนุษย์สามารถส่งพลังงานไฟฟ้าไร้สายผ่านอวกาศและตรวจรับได้จริงเป็นครั้งแรกของโลก

.

ขณะเดียวกันทางฝั่งญี่ปุ่นโดย องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency) หรือ แจ็กซา (JAXA) ก็ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของโครงการ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ (Space-Based Solar Power - SBSP) เพื่อทดสอบการส่งพลังงานผ่านไมโครเวฟในระยะไกลมาอย่างต่อเนื่อง

.

อย่างไรก็ตามความท้าทายในปัจจุบันยังคงเป็นเรื่องของงบประมาณมหาศาลและการขนส่งวัสดุอุปกรณ์จำนวนมากไปยังวงโคจร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าระบบเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาพัฒนาและทดสอบอีกหลายทศวรรษเลย ก่อนจะถูกนำมาใช้งานเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ส่งพลังงานมาหล่อเลี้ยงโลกได้แบบตลอด 24 ชั่วโมง

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Shimizu Corporation. The Luna Ring - Solar Power Generation on the Moon. Dream Projects Concept Report.

[2] Hajimiri, A., et al. Microwave Array for Power-transfer Low-orbit Experiment (MAPLE). California Institute of Technology (Caltech). June 2023.

[3] Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA). Research on Space Solar Power Systems (SSPS) Roadmap. Updated 2024.

[4] National Space Society (NSS). Space-Based Solar Power Development and Economics. Technical White Paper.

#ดวงจันทร์ #พลังงานสะอาด #เทคโนโลยี #ญี่ปุ่น #อวกาศ #วิทยาศาสตร์ #โซลาร์เซลล์ #นวัตกรรม

4/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการสร้างวงแหวนโซลาร์เซลล์รอบดวงจันทร์ถือเป็นหนึ่งในโครงการนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจและท้าทายที่สุดในยุคนี้ สำหรับผมที่ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดมานาน โครงการ Luna Ring นี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ก้าวไกลของมนุษยชาติในการใช้ทรัพยากรในระบบสุริยะเพื่อแก้ไขปัญหาโลกอย่างแท้จริง จุดน่าสนใจคือการติดตั้งแถบโซลาร์เซลล์ยาวมากถึง 11,000 กิโลเมตรบริเวณเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ ซึ่งพื้นที่นี้เหมาะมากเพราะไม่มีชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้รับพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างสม่ำเสมอและเข้มข้นกว่าบนโลก ไม่เหมือนกับโซลาร์เซลล์บนโลกที่ต้องเผชิญกับเมฆ ฝน หรือฝุ่นทำให้ประสิทธิภาพลดลง นอกจากนี้การแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์เป็นคลื่นไมโครเวฟและลำแสงเลเซอร์เพื่อยิงมายังสถานีรับพลังงานบนโลก เป็นเทคโนโลยีที่ผมเห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แม้ขั้นตอนนี้จะมีความซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากก็ตาม แต่ผลการทดลองของ Caltech และ JAXA ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าการส่งพลังงานไร้สายผ่านอวกาศนั้นเป็นไปได้จริง ส่วนนอกเหนือจากเทคโนโลยีแล้ว ความท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามได้คือเรื่องงบประมาณมหาศาลและการขนส่งวัสดุไปยังวงโคจรที่ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการพัฒนา ผมคิดว่าสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกในการเร่งพัฒนาและลดต้นทุน เพื่อให้โครงการนี้กลายเป็นพลังงานสะอาดที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ในอนาคต ในฐานะที่เป็นผู้สนใจเรื่องพลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีอวกาศ โครงการวงแหวนดวงจันทร์นี้ยังเปิดโอกาสใหม่ในการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืนบนโลก และแม้จะยังมีอุปสรรค แต่ผมเชื่อว่าความพยายามและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะนำพาเราไปสู่ยุคที่พลังงานสะอาดไร้ขีดจำกัดเป็นจริงได้ในอีกไม่ช้า