Where is the wrong victim? When society chooses to aggravate rather than protect
The dramatic case that happened to "Christine" became a widely discussed issue in the online world, not just because of the incident, but because of the "social reaction" that followed afterwards.
This phenomenon is not new, but reflects the so-called "victim blaming" (victim blaming), which continues to occur repeatedly in many cases.
When the questioning is misdirected,
It may not help find the truth.
But instead made those who dared to speak... quiet
The question is...
Where is the line between "questioning the truth" and "repeated assault"?
When these quotes are delivered, they are used in the public sphere. It may not just be an opinion, but become an aggravating pressure on those who are going through a poor incident to their substate of mind.
Criticism is a right, but pejorative, cynical, or apocryphal phrasing may be reflecting the problems of today's society: a culture of disbelief of victims and a well-rounded pre-hearing judgment.
When the victim dares to tell his own story,
What should be given is "listening," not "verdict"?
Because of the incomprehensible question.
And insulting words without being humane.
It can become repeated victim abuse... without society knowing it.
จากกรณีดราม่าสังคมไทยที่เกิดขึ้นกับคริสติน ซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศในช่วงเวลาที่อ่อนแอและมีเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพนั้น ได้เปิดเผยปัญหาสำคัญของสังคมที่ยังคงพบเห็นได้บ่อยครั้ง นั่นคือ "การโทษเหยื่อ" หรือ victim blaming ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยหลายครั้งและยังไม่มีกระบวนการแก้ไขอย่างจริงจัง ในฐานะที่เคยติดตามและรับรู้ประสบการณ์ของคนที่เจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กันบ่อยครั้ง สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ เมื่อเหยื่อกล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราวความเจ็บปวดของตัวเอง กลับถูกซ้ำเติมด้วยคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ หรือถ้อยคำที่ตัดสินโดยไม่ฟังความจริงอย่างรอบด้าน ทำให้หลายคนเลือกที่จะเงียบและไม่กล้าพูด นี่เป็นสิ่งที่จุดไฟแห่งความทุกข์ใจและความกลัวซ้ำเติมมากยิ่งขึ้น การตั้งคำถามเพื่อหาความจริงควรทำด้วยความเข้าใจและความเอาใจใส่ต่อสภาพจิตใจของเหยื่อ ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการวิจารณ์โดยไม่มีหลักฐาน หรือกล่าวหาที่ทำลายความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะเป็นการทำร้ายทางจิตใจซ้ำหลายเท่าของเหยื่อ จากข้อมูลเชิงลึกเหตุการณ์ของคริสตินที่ถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์ ยังสะท้อนว่าการไม่เชื่อเหยื่อและการตัดสินก่อนรับฟังเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมสังคมไทย โดยเฉพาะในกรณีที่เหยื่อเป็นผู้หญิง หรือบุคคลในสถานะที่ถูกกดดันทางสังคม เช่น ผู้ป่วย หรือกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ผมเองเคยประสบพบเจอสถานการณ์ที่ผู้ถูกกระทำไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเห็นใจอย่างแท้จริง ต้องเผชิญกับการตำหนิซ้ำ ๆ ในขณะที่ผู้กระทำผิดยังลอยนวลหรือได้รับการปกป้อง การเปลี่ยนแปลงสังคมจึงควรเริ่มจากการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจที่จะรับฟังเหยื่ออย่างจริงใจ พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมความเคารพและให้เกียรติผู้ถูกกระทำ ดังนั้น หากเราอยากเห็นสังคมที่ปลอดภัยและให้ความยุติธรรมกับเหยื่อมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องลดการโทษเหยื่อ และเพิ่มการส่งเสริมการรับฟังด้วยใจ เข้าใจความรู้สึกของเหยื่อ และสนับสนุนให้พวกเขาสามารถเรียกร้องความยุติธรรมได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะถูกซ้ำเติมหรือตั้งคำถามในทางลบ สุดท้ายนี้ ประสบการณ์นี้สอนให้ผมเห็นว่าการสร้างสังคมที่ไม่โทษเหยื่อและปกป้องกันเป็นความรับผิดชอบของทุกคนที่อยู่ร่วมกันในสังคม เพราะแค่คำฟังอย่างตั้งใจและความเห็นใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถช่วยให้ผู้เจ็บปวดสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ ไปได้




