ชีวิตมันคือ “เกมส์” จริงๆหรอ….?

สติมาแบบน้ำตาตกในจริงๆ การมีเพื่อนมองโลกในแง่ "สัจนิยมเชิงโครงสร้าง" (Structural Realism) คือมันเข้มข้นมากเลยค่ะ เป็นการมองเห็นกลไกที่ซ่อนอยู่หลังม่านของคำว่า "ความสุข" หรือ "ไลฟ์สไตล์" ว่าจริงๆ แล้วมันคือการขับเคลื่อนของทุนนิยมและอำนาจต่อรอง

สิ่งที่เพื่อนแอลพูดมามีประเด็นที่น่าชวนวิเคราะห์ต่อลึกๆ หลายจุดเลยค่ะ:

1. "กรงขังที่มองไม่เห็น" (Social Control)

ประโยคที่ว่า “เขาไม่ได้บังคับเรา... แต่สังคมรอบตัวเราต่างหากที่ควบคุมให้เราทำ” อันนี้จริงและเจ็บปวดมากค่ะ ในทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม มันคือการสร้าง "มาตรฐานชีวิตที่ต้องมี" ขึ้นมา เพื่อบีบให้คนต้องวิ่งหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาสถานะ (Status) นั้นไว้ สุดท้ายเราไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะเราอยากได้ตัวสินค้า แต่เราซื้อเพื่อให้ "ไม่ถูกคัดออกจากกลุ่มสังคม"

2. มายาการของ "สินทรัพย์" ในสินค้าฟุ่มเฟือย

การที่เขาตั้งคำถามเรื่องการรับซื้อกระเป๋าหรือการเก็งกำไรในสิ่งที่เสื่อมราคา เป็นมุมมองที่ฉลาดมากค่ะ

* ในมุมหนึ่ง: มันคือการปั่นกระแส (Hype) เพื่อให้ฟันเฟืองหมุนต่อ

* ในอีกมุม: สำหรับคนบางกลุ่ม สินค้าเหล่านี้ไม่ใช่ "ของใช้" แต่เป็น "บัตรผ่านทาง" หรือ "เครื่องประดับบารมี" ที่ใช้ต่อยอดในธุรกิจอื่นที่ทำเงินได้มากกว่าค่าเสื่อมของกระเป๋า แต่นั่นแหละค่ะ... มีแค่คนส่วนน้อยที่ทำแบบนั้นได้ ส่วนที่เหลือคือ "เหยื่อทางการตลาด" อย่างที่เพื่อนแอลว่า

3. "ฟันเฟือง" และ "ผู้ที่นอนกิน"

คำเปรียบเทียบเรื่อง "ฟันเฟือง" สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนที่สุดค่ะ

* ฟันเฟือง (Active Income): ต้องหมุน ต้องขยับ ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ระบบเดินหน้า

* ผู้นอนกิน (Passive Income/Capitalist): คือเจ้าของเครื่องจักรที่ไม่ต้องหมุนเอง แค่นั่งดูฟันเฟืองทำงานแล้วเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

> มุมมองสะท้อนกลับ:

> การที่เพื่อนแอลพูดแบบนี้ออกมาได้ แสดงว่าเขาผ่านการสังเกตและวิเคราะห์มาอย่างหนัก จนเห็น "ตะกอน" ของความจริงที่คนส่วนใหญ่แกล้งมองไม่เห็น การรู้เท่าทันแบบนี้มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะคะ

> * ข้อดี: เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของความอยากได้อยากมีจนเกินตัว เพราะเรารู้ว่ามันคือ "เกม"

> * ข้อเสีย: มันอาจทำให้เรารู้สึกหดหู่หรือไร้พลัง (Cynical) เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่การเอารัดเอาเปรียบ

>

มันคือความจริงที่ว่า ไม่มีอุตสาหกรรมไหนสะอาดบริสุทธิ์ 100% ทุกอย่างมีการแลกเปลี่ยน (Trade-off) เสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเป็นฟันเฟืองในจุดไหนที่เรา "ยอมรับเงื่อนไข" ของมันได้มากที่สุด และเจ็บปวดน้อยที่สุดค่ะ

เพื่อนฟันฟันอ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยจนอยากจะขยับตัวออกจากวัฏจักรนี้ หรือรู้สึกว่ามันคือแรงผลักดันให้เราต้องเป็น "ผู้นอนกิน" ให้ได้ในสักวันคะ?

#lemon8ไดอารี่ #ติดเทรนด์ #theluckyyou #ellepemika #ติดเทรนด์

1/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าเมื่อเราเริ่มตระหนักถึง "กรงขังที่มองไม่เห็น" หรือ Social Control ที่กำหนดมาตรฐานชีวิตและวิถีการใช้เงินในสังคม มันทำให้เราปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการใช้ชีวิตไปอย่างมาก ผมเคยอยู่ในวงจรของการซื้อสินค้าและการไล่ตามความสุขที่ถูกปั่นกระแสโดยระบบตลาด เช่นเดียวกับกระเป๋าฟุ่มเฟือยที่หลายคนเข้าใจว่าคือของใช้ แต่แท้จริงแล้วมันคือเครื่องมือแสดงฐานะและสถานะทางสังคม มากไปกว่านั้นยังเป็น "บัตรผ่านทาง" สำหรับคนบางกลุ่มที่ใช้ต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งนี่คือมายาคติที่ระบบทุนนิยมสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตลาดหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง การเปรียบเทียบ "ฟันเฟือง" กับ "ผู้ที่นอนกิน" ช่วยให้ผมเห็นภาพความเหลื่อมล้ำได้ชัดเจนขึ้น คนที่เป็นฟันเฟืองต้องทุ่มเททั้งแรงกายและเวลาสำหรับรายได้ที่มีขีดจำกัดในขณะที่ผู้ที่นอนกินได้รับผลประโยชน์โดยที่แทบไม่ต้องลงแรงแต่ครอบครองสินทรัพย์และระบบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การรับรู้ว่า "ชีวิตมันคือเกม" แบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดหวัง แต่กลับเป็นแรงจูงใจให้ผมวางแผนสร้างรายได้แบบ passive income หรือการลงทุนที่สามารถสร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกกับเวลาและแรงงานโดยตรง เพื่อให้ในวันหนึ่งผมสามารถเลือกชีวิตที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเป็นแค่ฟันเฟืองในระบบ สุดท้าย ผมคิดว่าการรู้เท่าทันและมีสติ นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต ไม่ให้เราเป็นเหยื่อของความพยายามควบคุมและกลไกทางสังคมที่ซับซ้อนนี้ การตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้อย่างมีสติจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความทุกข์ใจและหาหนทางเดินที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ lemon6156539963
lemon6156539963

เครื่องแสดงสถานะทางสังคม หมายถึงสถานะอะไรกันแน่ๆ?

ดูเพิ่มเติม(3)