Bromo Volcano - Kawah Ijen Indonesia🌋
Bromo - Kawah Ijen A Place To Go Once In A Lifetime
Go walk on the crater that is still erupting.
Go see Bluefire, which only has two places in the world.
Go see the biggest waterfall ever found. 🥹🥹
# Bromo # kawahijen # Indonesia # The first Cava Ejian bromo # Volcano
ถ้าใครกำลังลังเลว่าจะจัด “โบรโม่–คาวาอีเจี้ยน” ดีไหม บอกเลยว่าเป็นทริปที่คุ้มมาก เพราะได้ครบทั้งวิวภูเขาไฟแบบดาวอังคาร + ไฮไลต์ Blue Fire ที่หาดูยาก + น้ำตกอลังการแบบเปียกแล้วมีความสุข แพลนที่ฉันทำแล้วเวิร์ก (แบบคนอยากเก็บไฮไลต์ให้ครบ): เริ่มที่โบรโม่ก่อน เพราะเดินทางง่ายกว่าและปรับร่างกายก่อน จากนั้นค่อยขยับไปคาวาอีเจี้ยนที่ต้องตื่นดึก/เช้ามากเพื่อดู Blue Fire ช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ไปกันคือก่อนฟ้าสาง แล้วค่อยอยู่ต่อรอแสงเช้าเพื่อชมทะเลสาบปล่องภูเขาไฟสีฟ้าครามจากมุมสูง โบรโม่ (Bromo) ที่ประทับใจคือ “ทุ่งภูเขาไฟ” กว้างมาก ถ่ายรูปออกมาสวยสุดๆ โดยเฉพาะถ้าได้นั่ง/ยืนโพสกับรถจี๊ปสีแดงหรือคันคลาสสิกคือได้ฟีลผจญภัยสุดๆ หลายคนจะเช่ารถจี๊ปเพื่อขึ้นจุดชมวิว แล้วลงมาเดินบนทะเลทรายไปทางปากปล่อง ช่วงที่ใกล้ปล่องจะมีฝุ่นและกลิ่นกำมะถันนิดๆ แนะนำพกหน้ากากหรือผ้าปิดจมูกไว้เลย คาวาอีเจี้ยน (Kawah Ijen) ขอเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางลงไปดู Blue Fire จะมืด ชัน และมีควันกำมะถันแรงเป็นช่วงๆ ฉันใส่หน้ากากกันแก๊สตลอด (แนะนำมากๆ) และพกไฟฉายคาดหัวจะเดินง่ายขึ้น รองเท้าควรเป็นผ้าใบ/เดินป่าที่เกาะพื้นดี เพราะพื้นเป็นกรวดลื่นได้ เวลาเจอควันอย่าฝืน เดินหลบลมแล้วค่อยไปต่อจะเซฟกว่า อีกอย่างที่อยากป้ายยา: ถ้ามีเวลาให้จัดทริปน้ำตกเพิ่ม คือสวยคนละฟีลกับภูเขาไฟเลย Madakaripura จะเป็นน้ำตกในหุบผา เดินแล้วชุ่มฉ่ำตลอดทาง ส่วน Tumpak Sewu คืออลังการมาก เห็นเป็นม่านน้ำตกกว้างๆ หลายสายพร้อมกัน เหมือนหลุดไปอีกโลก แนะนำเตรียมเสื้อกันฝน/ซองกันน้ำให้มือถือ เพราะเปียกจริง ทิปเล็กๆ ที่ช่วยให้ทริปลื่นไหล: เตรียมเสื้อกันหนาวสำหรับโบรโม่ตอนเช้ามืด, พกน้ำและของกินเล่น, และเผื่อเวลาพักเพราะโบรโม่–คาวาอีเจี้ยนเป็นทริปที่นอนน้อย แต่ถ้าชอบธรรมชาติและอยากได้รูปสวยๆ พร้อมประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เส้นนี้คือควรไปมากๆ




