จากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบกับประชาชนและเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นั่นทำให้เสียงสะท้อนที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ไม่ต้องทําบุญใหญ่" แต่เพียงพอที่จะ "ทําความดีพอ" นั้นทำให้เกิดการถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง ในความเห็นของผม การทำความดีแม้ไม่ต้องกลายเป็นบุญใหญ่ แต่ถ้ามีความตั้งใจและความต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมีนัยสำคัญ นายกรัฐมนตรีอาจสื่อสารว่าไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในระยะเวลาอันสั้น เพียงแต่ต้องมีความพยายามที่สม่ำเสมอในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง แซะนายกรัฐมนตรีว่า "เผื่อแกจะท้อ แล้วลาออกไปทำดี" เป็นตัวสะท้อนความไม่พอใจและแรงกดดันที่สังคมมีต่อผู้นำ ถึงแม้ว่าจะมีเจตนาดีแต่ถ้าวิกฤตน้ำมันและปัญหาอื่น ๆ ยังไม่สามารถบรรเทาได้จริง ก็ทำให้เกิดคำถามถึงความสามารถในการบริหารของรัฐบาล สำหรับประชาชนอย่างผม การติดตามสถานการณ์และการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้รัฐบาลรับรู้และปรับปรุงการทำงานต่อไป นอกจากนี้ การดูแลครอบครัว การวางแผนการใช้พลังงานและการรองรับผลกระทบจากวิกฤต ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่เราทุกคนควรตื่นตัวร่วมกัน โดยสรุปแล้ว คำกล่าวของนายกฯ ที่ว่า "ทําความดีพอ" เป็นเสมือนการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อเดินหน้าฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ ไปด้วยกัน
7/14 แก้ไขเป็น
