He said this menu of starbuks is not fat.
Up a lot of feed, so come to try. How many cal is it?
ถ้ากำลังหา “เมนู Starbucks แคลต่ำ” แล้วลังเลว่าเมนูปั่นจะรอดไหม บอกเลยว่ามันรอดได้ แต่ต้องดู 3 อย่างนี้ค่ะ: 1) ฐานเครื่องดื่ม (นม/ครีม) 2) ระดับความหวาน/ไซรัป 3) ท็อปปิ้งที่ใส่เพิ่มอย่างเจลลี่หรือวิปครีม รอบนี้เราไปลองเมนูโฮจิฉะปั่น (ในใบเสร็จขึ้นประมาณ V. HOJICHA TEA FR) แล้วเลือก “OATMILK” และเพิ่ม “EARL GREY T JLY” ซึ่งจากรูปจะเห็นชั้นสีเข้มคล้ายเจลลี่อยู่ก้นแก้วเลย—อร่อยและเคี้ยวเพลินมาก แต่จุดนี้แหละที่มักทำให้แคลขยับแบบไม่รู้ตัว เพราะท็อปปิ้ง/เจลลี่มักมีน้ำตาลผสม ทริคเช็กแคลแบบง่าย ๆ (ใช้ได้กับทุกเมนู Starbucks) - ขอพนักงานช่วยบอกพลังงาน/โภชนาการของเมนูนั้น ๆ ได้เลย โดยเฉพาะเมนูฮิตที่คนแชร์ในโซเชียล - ถ้าสั่งผ่านแอป ให้ดูตัวเลือกปรับหวาน/นม/ท็อปปิ้งก่อนกดจ่าย บางสาขาจะมีข้อมูลแคลของสูตรมาตรฐานให้ดู อยาก “แคลต่ำ” แนะนำสั่งแบบนี้ - ลดหวาน: เริ่มจากหวาน 0–25% ก่อน (โดยเฉพาะเมนูปั่น) เพราะพอเป็นปั่นมันจะรู้สึกหวานอยู่แล้ว - เลี่ยงวิปครีม: ถ้าเมนูไหนมีวิป ให้สั่ง no whip ได้ ช่วยลดทั้งแคลและไขมัน - เลือกนมให้เหมาะ: นมโอ๊ตให้ความหอมมัน แต่บางสูตรแคลอาจสูงกว่านมพร่องมันเนย/นมอัลมอนด์ (ขึ้นกับสูตรของร้าน) ถ้าโฟกัสลดแคลจริง ๆ ให้ถามตัวเลือกนมที่เบาสุดของสาขานั้น - ท็อปปิ้งอย่างเจลลี่/ไข่มุก: ถ้าอยากได้ความหนุบ เลือกใส่ได้ แต่แนะนำ “ใส่น้อย” หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง (เช่น เอาแค่ Earl Grey Tea Jelly ก็พอ) จะคุมแคลได้ง่ายกว่า ไอเดียเมนูอาหาร/ของกิน Starbucks ที่มัก “คุมแคลได้” (เวลาหิว) - โยเกิร์ต/ผลไม้/สลัด (ถ้ามีในสาขา) จะอิ่มนานกว่าเบเกอรี่หวาน ๆ - แซนด์วิช/แรปที่โปรตีนเยอะ ๆ แล้วเลือกซอสให้น้อย ช่วยให้อยู่ท้องและไม่แคลพุ่งจากน้ำสลัด/มายองเนส สรุปจากประสบการณ์เรา: เมนูโฮจิฉะปั่นนมโอ๊ต + เจลลี่เอิร์ลเกรย์ “อร่อยจริง” และทำให้รู้สึกเหมือนกินขนม แต่ถ้าเป้าหมายคือแคลต่ำ ให้โฟกัสลดหวาน ตัดวิป และคิดให้ดีเรื่องเจลลี่/ท็อปปิ้ง เท่านี้ก็สนุกกับ Starbucks ได้แบบไม่หลุดแผนลดน้ำหนักค่ะ



