ฝึกพูดภาษาอังกฤษผ่านหนังฝรั่งของแท้ ⛰️🥦🫑 // เก๋มากก 🫑
🛎️ คอร์สเรียนปูพื้นฐานแข็งแรงเทคนิคพิเศษ รีวิวของแท้แน่นเต็มเพจ 🛎️
1. คอร์ส SPEAKING (690.-) 🎁 เริ่มเปิดรับสมัครแล้วน้า ตอนนี้เรากำลังทยอยอัพ vdo ลงระบบ คุ้มมากก เนื้อหาแน่นอธิบายละเอียดใส่ใจสุดๆ 🎅🏻🎄✨
2. คอร์ส GRAMMAR (1,990.-) / vdo 40 ชม.
3. คอร์ส READING (1,990.-) / vdo 20 ชม.
4. คอร์ส VOCAB (2,990.-) / vdo 150 ชม.
⚠️ ไฟล์ short note ⚠️ไม่เหมือนในคอร์สเรียน เหมาะกับเอาไว้อ่านเล่น
5. FILE SLANG (199.-) คำด่ามันส์ๆ ศัพท์ 18+ ตัวย่อภาษาแชท แสลงทั่วไปที่ฝรั่งแท้ๆใช้กันทั่วไปอีกเพียบ
6. FILE IELTS VOCAB 5,000 คำ (199.-)
7. file grammar short note (99.-) คำ
8. file พูดเหมือนฝรั่ง (99.-) ▫️phrasal verb เจอในหนัง ใน Netflix, นิยาย, เพลง, ในชีวิตประจำวัน, ในที่ทำงาน, ในโรงเรียน เจอเพียบ แบบสายฝอของแท้ 🍿
⛔️ บัตรคำศัพท์สินค้ายอดฮิต ⛔️ ขายหมดเกลี้ยงไวมาก
9. บัตรคำศัพท์ TOEIC 1,000 คำ (390.-)
10. บัตรคำศัพท์ IELTS + TOEFL 500 คำ (290.-)
✅ ราคาสินค้ายังไม่รวม VAT 7%
⛰️🥦🫑 ฝากช่อง YouTube ชื่อช่อง english studygram ของเราด้วยน้าทุกคน เรามีความตั้งใจจะลงคลิปสอนภาษาอังกฤษฟรี (เป็นคลิปสอนยาวๆ) รวมถึง how to ต่างๆแบบจัดเต็ม 🫑 ตอนนี้กำลังทยอยอัดเนื้อหาเตรียมสอบให้แบบอิ่มความรู้กันเต็มที่เลย ไปกดซับกันได้น้า ⛰️🥦🫑
#เรียนภาษาอังกฤษฟรี #ภาษาอั งกฤษ #ภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน #ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #ฝึกภาษาอังกฤษ กรุงเทพมหานคร
ถ้าใครอยาก “ดูหนังซาวด์แทร็ค ฝึกภาษา” แบบได้ผลจริงๆ เราว่าหนังฝรั่งแนวรัก/โรแมนติกคือเริ่มง่ายสุด เพราะบทสนทนาจะเป็นภาษาในชีวิตประจำวัน เยอะทั้งประโยคสั้นๆ น้ำเสียงธรรมชาติ และสำนวนที่ใช้จริง (ไม่ทางการเกินไปเหมือนบางแนว) ทริคที่เราทำประจำเวลาดูหนังซาวด์แทร็คเพื่อฝึกพูด คือแบ่งการดูเป็น 3 รอบ (ไม่ต้องดูทั้งเรื่องทีเดียวก็ได้ เลือกแค่ 10–15 นาที) รอบที่ 1: เปิดซับไทยเพื่อจับเนื้อเรื่องก่อน พอเข้าใจว่าเขาคุยอะไรกัน เราจะไม่หลงตอนปิดซับ และเดาใจความได้ดีขึ้น รอบที่ 2: เปลี่ยนเป็นซับอังกฤษ (English subtitles) รอบนี้ให้โฟกัส “คำที่ได้ยินไม่ชัด” กับ “คำที่ออกเสียงรวบ” แล้วจดวลีที่น่าสนใจ 3–5 อันพอ เช่นในหนัง/ซีรีส์จะเจอบทสนทนาแบบ A: Not good news. B: What? Lay it on me. คำว่า “Lay it on me” แปลประมาณว่า “พูดมาเลย/บอกมาได้เลย เราพร้อมรับฟัง” เป็นประโยคที่ฟังดูเป็นธรรมชาติมากกว่า “Tell me” ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเวลารอข่าว (ดีหรือร้าย) รอบที่ 3: ปิดซับ แล้วพูดตาม (shadowing) เลือกประโยคสั้นๆ ก่อน เช่น 1–2 บรรทัด แล้วกด pause พูดตามให้เหมือนจังหวะเขา ไม่ต้องเป๊ะสำเนียง แต่ให้ได้ rhythm และการเน้นคำ เช่น Lay it on me จะเน้น it กับ me เบาๆ ให้ฟังลื่น อีกอย่างที่ช่วยมากคือ “เลือกฉาก” ให้เหมาะกับเป้าหมาย - อยากฝึกบทสนทนาคู่รัก/เดท: เลือกฉากคุยกันในร้านกาแฟ/เดินเล่น (คำง่าย ใช้ได้จริง) - อยากได้สำนวนเถียงงอนง้อ: เลือกฉากทะเลาะ/ปรับความเข้าใจ (ได้ประโยคสั้นๆ แต่ใช้บ่อย) สุดท้าย ถ้าดูหนังฝรั่งรักแล้วรู้สึกเพลินจนลืมฝึก ให้ตั้งกติกาเล็กๆ กับตัวเอง เช่น “ต่อ 1 ฉาก ต้องจด 1 สำนวน + แต่งประโยคของตัวเอง 1 ประโยค” ตัวอย่างจาก Lay it on me: - I know you’re stressed. Lay it on me. - If there’s a problem, lay it on me now. ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะค่อยๆ ได้คลังประโยคที่พูดได้จริงจากหนังซาวด์แทร็ค แถมสนุกกว่าอ่านท่องคำศัพท์ล้วนๆ ด้วย