แม่จ๋า อย่า ด้อยค่า ตัวเอง ✌️

ปฏิเสธไม่ได้เลย กับเรื่องที่ว่า คุณแม่ หลายๆท่าน มักรู้สึก

" ด้อยค่า " และตั้งคำถาม "ว่าฉัน เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องหรอ?"

ตัวอย่างง่ายๆ และเห็นชัดเจนที่สุดคือ คุณแม่ฟลูไทม์ และ

คุณแม่ที่ทำงานประจำ...

แน่นอน 1 ในนั้น เคยมีแม่จอยค่ะ ที่รู้สึก ด้อยค่าตัวเอง น้อยใจตัวเอง เพราะอยากเลี้ยงลูกเองค่ะ แต่จะให้ลาออกจากงาน คงเป็นไปไม่ได้ ด้วยภาระหนี้สิน และ ค่าใช้จ่ายต่างๆ นานา ที่รออยู่ จอยเลยมัก รู้สึกเสียใจ ในบางเรื่อง ที่เราไม่สามารถ ทำได้แบบคุณแม่ฟลูไทม์ แน่นอน แม่ชื่นชมคุณแม่ฟลูไทม์มากๆ แต่การเสพโซเซียล มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย การเปรียบเทียบ วิธีการเลี้ยงดูที่ถูกถ่ายทอดออกมาของแต่ละบ้าน ก็แต่ต่างกัน

สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำใจเป็นกลางค่ะ 😅 แต่กว่าจะทำได้ ก็นอยค์ไปหลายรอบเลย

ขอยกตัวอย่าง ชีวิตตัวเอง กับลูกนะคะ ☺️

" ลูกคือ ผลลัพท์ ที่ทำให้แม่จอยเลิกด้อยค่าตัวเอง "

แม่ทำงานประจำ จ - ศ. พ่อทำงานประจำ จ - ส.

เริ่มต้นวัน ส่งลูกสาวไป โรงเรียน มีเวลาสร้างความสัมพันธ์

1 - 2 ชั่วโมง. ลูกกลับจาก โรงเรียนคุณตาไปรับ แม่ พ่อ เลิกงาน 18.30 น. มีเวลาอยู่กับเอวา จนถึง 22.00 น.

เอวานอนดึกมั้ง นอนเช้ามั้ง แล้วแต่วันค่ะ แต่ไม่เคยงอแงแบบสุดเหวี่ยง เวลาตื่นเช้าเลย ส - อา. คือเวลาที่อยู่กับแม่เต็มๆ บางทีก็ไปอยู่กับม่อน เล่นไปเล่นมาระหว่าง 2 บ้าน

จะเห็นได้เลยว่า มีเวลาอยู่กับเอวา น้อยมาก ค่ะ

แต่ แม่จะมีกลยุทธ์พิชิตใจลูก นั้นคือ "เวลาทอง" ที่ใช้สร้าง ความรัก ความอบอุ่น ของพ่อแม่ลูก เราไม่ค่อยมีวันที่สมบูรณ์แบบมากหรอกค่ะ แต่เวลาทอง เราสามารถสร้างได้ทุกวัน เราสามารถเป็นแม่ที่ลูกต้องการได้เสมอค่ะ

สู้ๆค่ะ แม่ๆ ❤️✌️

#lemon8ไดอารี่ #ไดอารี่มนุษย์แม่ #แม่จอยแม่น้องเอวา #มนุษย์แม่ #แม่และเด็ก

2025/8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเป็นคุณแม่ในยุคปัจจุบันมีความท้าทายหลากหลาย โดยเฉพาะกับคุณแม่ที่ต้องรับผิดชอบทั้งงานประจำและภาระเลี้ยงลูก ทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกด้อยค่าและตั้งคำถามในตัวเองว่าทำได้ดีพอหรือไม่ การเปรียบเทียบผ่านโซเชียลมีเดียยิ่งทำให้เกิดความนอยด์และกดดันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเข้าใจและยอมรับบทบาทของตนเองอย่างเป็นกลาง คือกุญแจสำคัญในการลดความกังวลนี้ คำว่า "เวลาทอง" หรือเวลาคุณภาพที่แม่ใช้ร่วมกับลูก ไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่นานแต่เป็นเวลาที่สร้างความรักและความอบอุ่นได้จริง เช่น การส่งลูกไปโรงเรียนอย่างมีความสุข การได้ฟังเรื่องราวหลังเลิกเรียน หรือการเล่นอย่างใกล้ชิดในช่วงวันหยุด การใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างมีคุณภาพช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์และช่วยให้ลูกได้รับความอบอุ่นทางใจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายและวางแผนจัดการเวลาที่ชัดเจน จะช่วยให้คุณแม่สามารถแบ่งเวลาให้เหมาะสมระหว่างงานและครอบครัวได้ดีขึ้น เช่น การแบ่งงานบ้านให้พ่อช่วย เหลือเวลาสำหรับลูกมากขึ้น หรือการใช้เทคนิค Mindfulness เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเพิ่มสมาธิในการใช้เวลาคุณภาพกับลูก จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณแม่ทุกคนที่จะหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะทุกครอบครัวมีบริบทและวิธีเลี้ยงดูที่ต่างกัน ความสุขและความรักที่แท้จริงของลูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่แม่อยู่กับลูกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความสัมพันธ์และความใส่ใจที่แม่มีให้ สุดท้ายนี้ การดูแลตัวเองให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี ก็เป็นการเตรียมพร้อมที่จะเป็นแม่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกในทุกวัน สู้ๆ แม่ๆ ทุกคน คุณไม่โดดเดี่ยวและคุณกำลังทำหน้าที่ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในชีวิตของลูกค่ะ