อกหักในวัย 30 ปี !!

เมื่อมนุษย์แม่ รู้สึก "อกหัก" ในวัย 30 ปี เนี้ยน่ะ!!

มันเกิดขึ้นจริงๆค่ะ 😅 มันรู้สึกเหมือน คนอกหัก มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่เอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่ออาจจะเป็นแนวทาง แก้ปัญหาชีวิตคู่ได้นะคะ 🥰

ปฏิเสธไม่ได้ค่ะ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตคู่ ความทุกข์ ความสุข เกิดขึ้นได้เสมอค่ะ

และปัญหาที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นช่วงที่คุณพ่ออยากลดน้ำหนัก ด้วยการวิ่งตอนเย็น คุณพ่อจะวิ่งช่วง 18.30 น.

ไม่เกิน 2 ทุ่ม ช่วงแรกๆ มันก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ..

พอเริ่มเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 เริ่มมีปัญหา การรับส่งภรรยา

พ่อเล่นจะไปวิ่งอย่างเดียว ไม่ถามล่ะ ภรรยากลับยังไง

เริ่มมีอารมณ์เสีย หงุดหงิดใส่กันล่ะ

ปัญหาต่อมา "ไม่ค่อยได้กินข้าวพร้อมหน้ากัน" แม่เริ่มนอยค์ อยากทำอะไรกิน ไม่ได้ทำ มารอพ่อวิ่ง กลับบ้านก็เหนื่อยแล้ว ไม่ได้ทำอะไรแล้ว นอยค์บ่อยมาก จนมนุษย์แม่เริ่มเงียบค่ะ ไม่พูด มันรู้สึกเหมือนคนอกหักช่วงแรกๆ

เหงาๆ เศร้าๆ คิดถึง สักพักชินค่ะ แต่คนที่ไม่ชิน "คือลูก"

พอเอวาเริ่มถามบ่อยขึ้นๆ ว่าพ่อไปไหน รอเวลาพ่อวิ่งเสร็จ จะได้เล่นกับพ่อ แม่เลยตัดสินใจ จับพ่อนั่งคุยค่ะ

แม่บอกพ่อว่า รู้ตัวไม? ว่าละเลย เค้ากับลูก เธอไม่ใช่คนโสดน่ะ เธอมีลูก มีเมีย รออยู่บ้าน ถ้าอยากโสด อยากมีชีวิตส่วนตัว กับตัวจอย จอยไม่มีปัญหา เราเลิกรัก เลิกดูแลกันได้ แต่ลูก ลูกต้องการเวลาจากพ่อ อดทนอีกนิด เดียวลูกก็โต เขาไม่มานั่งถามว่าพ่อไปไหนแน่นอน..

แต่แม่ก็เข้าใจในมุมของพ่อเบย์ พ่อเบย์ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวทำในสิ่งที่ชอบ เริ่มทำงานตั้งแต่เด็ก ทำมาตลอด ปัจจุบัน ทำงาน จันทร์ ถึง เสาร์ ทำงาน 08.30 น. เลิกงาน 18.30 น. ไม่ติดเพื่อน ไม่ดื่มเหล้า ไม่มีสังคม ด้วยความที่แม่เห็นว่าพ่อดูมีความสุข แม้จะระยะสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง เลยไม่ได้ต่อว่าอะไร หรือขัดใจ ไม่ให้ไปวิ่ง

สุดท้าย พ่อเบย์ก็มานั่งคุย แล้วบอกว่ารู้ตัว ว่าละเลย แล้วก็ไม่ไปวิ่งอีกเลย (ป่วยด้วย)

จริงๆ มันก็ปรับกันได้อยู่ค่ะ แค่ต้องนั่งคุย บางที แม่ก็ปากหนักไป ไม่พูด พ่อก็ไม่เข้าใจ แต่ถึงที่สุด ก็ต้องจับมือมานั่งคุย เพื่อรักษาความรัก ของคู่ชีวิต

#รีวิวอกหัก #ไดอารี่มนุษย์แม่ #เรื่องเล่าความสัมพันธ์ #แม่จอยแม่น้องเอวา

1/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเปลี่ยนแปลงในชีวิตคู่หลังวัย 30 มักนำมาซึ่งความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุขและความทุกข์ ซึ่งการเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญมาก ในบทความนี้มีเรื่องราวที่สะท้อนถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ในครอบครัว เมื่อคุณพ่อเริ่มวิ่งตอนเย็นเพื่อดูแลสุขภาพและลดน้ำหนัก แต่กลับละเลยความรู้สึกของแม่และลูกที่ต้องการเวลาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้า ความเหงาและความเศร้าจึงเกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สะสมกลายเป็นความห่างเหินในใจ จากประสบการณ์ที่เล่าให้ฟัง เห็นชัดว่า "การสื่อสาร" เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คู่ชีวิตและครอบครัวยังคงความอบอุ่น เมื่อเกิดปัญหา ไม่ควรเก็บไว้ในใจโดยไม่พูดคุย เพราะอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดและความรู้สึกอกหักเหมือนที่แม่ในเรื่องได้ประสบ การตั้งเวลาพูดคุยอย่างเปิดเผยเพื่อแชร์ความรู้สึกและความต้องการของแต่ละฝ่าย จะช่วยให้เข้าใจกันและกันมากขึ้น นอกจากนี้ การพยายามรักษาความสมดุลระหว่างเวลาส่วนตัวและเวลาของครอบครัว ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ความรักไม่จางหายไปตามกาลเวลา สำหรับคุณที่กำลังเผชิญปัญหาในชีวิตคู่ แนะนำให้ลองวางแผนร่วมกัน เช่น กำหนดเวลาให้คุณพ่อมีเวลาวิ่งที่ไม่กระทบกับเวลาของครอบครัว หรือคุณแม่อาจร่วมกิจกรรมอื่น ๆ กับลูกในช่วงเวลาที่คุณพ่อไม่อยู่ การแบ่งปันเวลาและความใส่ใจเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกเชื่อมโยงกันมากขึ้น ท้ายที่สุด การทุ่มเทเวลาเพื่อคนที่เรารัก และการพูดคุยอย่างจริงใจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อรักษาความอบอุ่นและความรักในครอบครัวให้คงอยู่ต่อไป แม้ในช่วงเวลาที่เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือต้องเผชิญกับความรู้สึกอกหักในวัย 30 ปี

ค้นหา ·
อกหักในวัย 30