Smooth the foundation. Which device should be used?
Bring to choose the foundation device but type
What kind of skin is suitable? Pros and cons.
1. Flat head brush
Advantage: Save foundation. Skin looks smooth.
Disadvantages: Difficult to blend. Could be brush line marks.
Fits smooth skin. Focus on neat skin work. Work out.
2. Round head brush
Advantages: Maximum concealment. Smoothest camouflage of pores.
Disadvantages: If scrubbed, may be irritating or peeling skin is recommended: fits a wide pore person; or wants to cover acne marks.
3.puff / sponge
Advantages: Skin looks most natural, juicy skin work, no stains.
Disadvantages: Eat foundation meat, and need frequent washing to prevent mold. Recommended: Fits dry skin, or a beginner who wants a clear look.
4. Finger
Advantages: Warmness allows the foundation to swallow well with the skin. Medium coverage.
Disadvantages: Difficult to control the thinning and hand smudging. If it is a person with inflammatory skin, it can cause added inflammation. It is not suitable for people with acne.
Recommended: Fits a Hurry Day or Use Serum / BB Cream Foundation
📍 Summary Select by skin type
• Wide pores ➡️ round head brush
• Dry / Peeling Skin ➡️ Sponge
• Skin is already good ➡️ Flathead / Finger Brush
# How to foundation # Foundation not to stain# Howtobeauty # Lemon 8 box # Real beauty review
ถ้าถามว่า “ลงรองพื้นยังไงให้เนียน” ของเราคือไม่ได้อยู่ที่รองพื้นอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “เตรียมผิว + วิธีลง + อุปกรณ์” ด้วยค่ะ ลองทำตามนี้แล้วจะเห็นความต่างมาก โดยเฉพาะคนที่ลงแล้วเป็นคราบหรือเป็นขุยง่าย 1) เตรียมผิวให้รองพื้นเกาะแบบเนียน - ล้างหน้าแล้วซับให้หมาด จากนั้นลงมอยส์เจอไรเซอร์ให้พอดี (ไม่ต้องหนาเกิน) แล้วรอเซ็ตตัว 3–5 นาที - ถ้าผิวแห้ง/เป็นขุย: โฟกัสมอยส์เจอไรเซอร์บริเวณแก้ม ข้างจมูก คาง แล้วค่อยลงรองพื้น จะช่วยลดการตกร่อง - ถ้าผิวมัน/รูขุมขนกว้าง: ใช้ไพรเมอร์เบลอรูขุมขนเฉพาะจุด (T-zone/ข้างแก้มที่รูขุมขนชัด) อย่าทาทั่วหน้าไม่งั้นหนาและไหลค่ะ 2) ปริมาณรองพื้นสำคัญกว่าที่คิด ทริคที่ใช้แล้วเวิร์กคือ “แต้มทีละน้อยแล้วค่อยเพิ่ม” เริ่มประมาณเมล็ดถั่วเขียวหรือปั๊มครึ่งปั๊มก่อน โดยแต้มเป็นจุดเล็กๆ 4–5 จุด แล้วค่อยเกลี่ยออก ข้อดีคือไม่หนา ไม่เป็นคราบ และคุมความเนียนได้ง่ายกว่าโปะทีเดียว 3) วิธีลงตามอุปกรณ์ (ให้ได้ผิวเนียนจริง) - แปรงหัวแบน: แต้มรองพื้นแล้ว “ลากสั้นๆ ตามแนวผิว” จากนั้นใช้แปรงตบ/กดเบาๆ ซ้ำอีกทีเพื่อลดรอยเส้นแปรง ถ้ายังเห็นเส้น ให้ปิดงานด้วยฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาดกดทับเบาๆ จะเนียนขึ้นมาก - แปรงหัวกลม: ใช้วิธี “วนเบาๆ แล้วกด” (buff + press) เน้นบริเวณรูขุมขนกว้างและรอยสิว แต่ห้ามขัดแรง เพราะจะทำให้รองพื้นเป็นขุยและผิวระคายเคืองได้ - พัฟ/ฟองน้ำ: ชุบน้ำแล้วบิดให้หมาดที่สุด จากนั้นใช้วิธี “กดและแตะ” ไม่ถูไปมา ฟินิชจะดูธรรมชาติ ฉ่ำ และไม่เป็นคราบ เหมาะมากกับผิวแห้ง/มือใหม่ แต่ต้องล้างบ่อยๆ กันสิวและเชื้อรา - นิ้วมือ: วอร์มรองพื้นที่หลังมือก่อน แล้วใช้นิ้วนาง/นิ้วกลางค่อยๆ แตะจากกลางหน้าออกด้านข้าง ความอุ่นจะช่วยให้รองพื้นกลืนผิว แต่ควรหลีกเลี่ยงถ้ามีสิวอักเสบง่าย และอย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนเสมอ 4) กันรองพื้นเป็นคราบระหว่างวัน - เซ็ตด้วยแป้ง “บางๆ เฉพาะจุด” เช่น ข้างจมูก หน้าผาก คาง (ไม่จำเป็นต้องโบกทั้งหน้า) - ถ้าผิวแห้ง ให้ใช้สเปรย์ล็อกเมคอัพแบบฟิล์มบางๆ แล้วกดด้วยฟองน้ำอีกครั้ง งานผิวจะดูแนบขึ้น - ระหว่างวันซับมันด้วยกระดาษซับมันก่อนค่อยเติมแป้ง/คุชชั่น ไม่อย่างนั้นจะจับตัวเป็นคราบค่ะ สรุปสั้นๆ: อยากลงรองพื้นให้เนียน ให้เริ่มจากเตรียมผิวให้พอดี ใช้รองพื้นทีละน้อย และเลือกอุปกรณ์ให้เข้ากับสภาพผิว—รูขุมขนกว้างใช้แปรงหัวกลม, ผิวแห้งใช้ฟองน้ำ, ผิวดีอยากงานเนี๊ยบใช้แปรงหัวแบน และวันรีบๆ ค่อยใช้นิ้วมือได้เลยค่ะ




