Dupe Blush ถูก vs แพง ✨
บลัชที่ทาออกมาแล้วแก้มละมุน สีแก้มชมพูนัวมากกก
ถ้าเทียบกันสวอชออกมาแล้วสีจะต่างกันนิดนึง
แต่พอทาลงแก้มแล้วสีคล้ายกันมากกก
Fleen : เนื้อจะมีความแมตต์กว่า เม็ดสีชัด เบลอผิว
Rare Beauty : เนื้อจะมีความฉ่ำ สีจะโปร่งๆแต่เม็ดสีชัด
เทียบราคา
Fleen : 300 กว่าบาท
Rare Beauty : 1,100 บาท
ครึ่งต่ อครึ่งมากกก ถ้าชอบสีแนวๆนี้ไปทาง Fleen ได้เหมือนกัน ประหยัดงบกว่าด้วยค่า
#รีวิวบิวตี้ #รีวิวบลัชออน #ตัวตายตัวแทน #ความสุขใน500บาท #Howtobeauty
จากประสบการณ์การใช้บลัชทั้งสองแบรนด์นี้ ต้องบอกเลยว่าจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ช่วยตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกัน Fleen ที่ราคาประหยัดกว่า จะเหมาะกับคนที่ชอบลุคแมตต์ เบลอผิวให้ดูนวลเนียนและมีเม็ดสีชัดเจน ทาแล้วแก้มดูละมุนแต่ไม่เงา เหมาะสำหรับวันสบายๆ หรือคนไม่ชอบลุคฉ่ำๆมาก ส่วน Rare Beauty จะมีเนื้อบลัชที่ฉ่ำและโปร่งใสมากกว่า แม้จะมีเม็ดสีชัดเช่นกัน แต่ด้วยเนื้อที่ดูฉ่ำจะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีและมีมิติ เหมาะกับการแต่งหน้าที่ต้องการความสดใสและผิวดูโกลว์ อารมณ์ผิวธรรมชาติมากๆ สิ่งที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือความคุ้มค่าในงบประมาณ Fleen ที่ราคาเพียง 300 กว่าบาทนั้น ถือว่าคุณภาพเกินค่ามาก สีใกล้เคียงกับ Rare Beauty ที่ราคาสูงกว่ามากกว่า 3 เท่า การที่แบรนด์ไทยสามารถสู้กับแบรนด์อินเตอร์ได้แบบนี้ ช่วยให้เราเลือกใช้บลัชที่ถูกกว่าแต่คุณภาพดีได้ไม่ยาก แถมยังช่วยประหยัดเงินไปลงทุนกับไอเท็มอื่นๆในเมคอัพ สำหรับคนที่สนใจอยากลองบลัชที่สีใกล้เคียง Rare Beauty แต่ไม่อยากจ่ายแพง Fleen สี Red Rose นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่แนะนำจริงๆค่ะ ลองสวอชดูในร้านก่อนตัดสินใจซื้อก็จะช่วยให้เลือกให้ตรงกับสีผิวและความชอบของแต่ละคนได้มากขึ้น สรุปคือ บลัชทั้งสองแบรนด์นี้เหมาะกับคนที่มีสไตล์แต่งหน้าแตกต่างกัน อยากได้ลุคแมตต์เรียบหรูหรือฉ่ำสดใสก็เลือกได้ตามต้องการ และถ้าคุณเป็นสายงบจำกัด Fleen ให้ความคุ้มค่ามาก การได้ลุคแก้มละมุน สีชมพูนัว ๆ ในราคาไม่ถึง 500 บาท ก็ถือว่าทำให้ชีวิตแต่งหน้าสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ



Fleen ติดทนมั้ยคะ