🌱 งานศิลป์ที่สื่อถึงสังคมและระบบนิเวศอันห่างไกล

🎨 แนะนำนิทรรศการ 𝗟𝗢𝗖𝗔𝗟 𝗠𝗬𝗧𝗛𝗦 #𝟮 : ดินแดนในรอยต่อ (Shifting Terrains)

ตอนแรกคิดว่าคำว่า "รอยต่อ" หรือ "พื้นที่ชายขอบ" จะฟังดูไกลตัวหรือเป็นเรื่องภูมิศาสตร์แห้งๆ แต่พอได้ค่อยๆ เดินพิเคราะห์ผลงานทั้ง 9 ชุด ที่ศิลปินลงพื้นที่ไปคลุกคลีกับชุมชนจริงทั่วประเทศ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป

งานนี้คือการดึงเอาตำนานท้องถิ่น เรื่องเล่าปากต่อปาก และประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกบันทึกในกระแสหลัก มาถ่ายทอดผ่านศิลปะร่วมสมัยได้อย่างมีมิติและทรงพลังมาก มีทั้ง:

- วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป: เรื่องราวของหมู่บ้านที่เคยเลี้ยงช้างแต่ต้องยุติลงเพราะนโยบายป่าไม้ของรัฐ

- บาดแผลทางระบบนิเวศ: โครงสร้างพื้นฐานอย่างอ่างเก็บน้ำที่เข้ามาเปลี่ยนวงจรชีวิตนกอพยพ และมลพิษข้ามพรมแดนเงียบๆ ที่ปนเปื้อนในแม่น้ำโขงและแม่น้ำกก

- ความทรงจำและอัตลักษณ์: งานที่สำรวจชีวิตผู้หญิงล้านนาผ่าน "เส้นผม" และการถักเปีย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการสืบทอดวัฒนธรรมที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

นิทรรศการนี้ไม่ได้มานั่งสอนหรือให้คำตอบตายตัว แต่เปิดพื้นที่ให้เราได้ย้อนถามตัวเองว่า ในวันที่โลกสั่นไหวด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมือง เราทุกคนกำลังยืนอยู่บน "รอยต่อ" แบบไหน และจะปรับตัวอย่างไรท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้

ใครสายเสพงานศิลป์ที่มีประเด็นสังคมเข้มข้น แนะนำว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง นั่งดูเพลินๆ แต่ได้ฉุกคิด หรือแนวทางบางอย่างกลับไปแน่

#artexhibition #นิทรรศการกรุงเทพ #localmyth

Bangkok Art and Culture Centre
8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการได้เยี่ยมชมนิทรรศการ LOCAL MYTHS #2 ดินแดนในรอยต่อ จะทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชายขอบและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่กำลังถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน วิธีที่ศิลปินนำตำนานท้องถิ่นและเรื่องเล่าปากต่อปากมาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะร่วมสมัย ทำให้เรารู้สึกถึงพลังและมิติทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ฝังลึกในรากเหง้าของชุมชน จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันพบว่างานศิลปะที่แสดงในนิทรรศการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความงดงามทางสายตาเท่านั้น แต่เป็นเสมือนหน้าต่างเปิดให้เราเข้าใจปัญหาจริงที่ชาวบ้านในพื้นที่เหล่านั้นเผชิญ ทั้งเรื่องการสูญเสียวิถีชีวิตเดิม เช่น หมู่บ้านที่เคยเลี้ยงช้างแต่ต้องหยุดเพราะนโยบายป่าไม้ของรัฐ ความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศ เช่น การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่ส่งผลต่อวงจรชีวิตของนกอพยพ หรือแม้แต่มลพิษข้ามพรมแดนที่เงียบแต่รุนแรงในแม่น้ำโขงและแม่น้ำกก นอกจากนี้ งานศิลปะที่เกี่ยวกับการถักเปียและเส้นผมของผู้หญิงล้านนา ช่วยสะท้อนความทรงจำและอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่กำลังเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย นิทรรศการนี้ทำให้เรามองเห็นความเชื่อมโยงของผู้คนกับบ้านเกิด สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนผ่านไปตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ สำหรับคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม งานนี้จึงไม่ใช่แค่การดูศิลปะเพื่อความสุนทรีย์ แต่ยังเป็นการชวนให้เราฉุกคิดและตั้งคำถามว่า ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมือง เรากำลังยืนอยู่บน 'รอยต่อ' แบบไหนของโลกใบนี้ และแต่ละคนจะสามารถปรับตัวหรือเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรอย่างมีความหมาย บรรยากาศที่ BACC ที่ให้เข้าชมฟรี ยิ่งช่วยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสัมผัสและเรียนรู้ผ่านงานศิลปะที่ทั้งมีความงดงามและสะท้อนประเด็นสำคัญของสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน