Automatically translated.View original post

Lychee

Benefits and properties

1. Use to nourish the body

2. Fix chronic cough

3. Correct the nose

4. Thirsty

5. Unburp, vomit.

6. Redress fever

7. Stomach painkiller

8. Fix the stomach

9. Helps reduce stomach acid.

10. Tooth pain

11. Treat abscess

12. Fix a bleeding wound.

13. Edit twists.

14. Fix the rash

15. Diarrhea cure

16. Solve sore throat

17. Helps reduce cough.

Nutritional value of lychee effect

Meat effect per 100 grams

- 66 kilocalories of energy

- 16.53 grams of carbohydrates

-Sugar 15.23 grams

- 0.44 grams of fat.

- 0.83 grams of protein.

- 1.3 grams of fiber.

- Vitamin B1 0.011 milligrams

- Vitamin B2 0.065 milligrams

- 0.603 milligrams of vitamin B3

- 0.1 milligrams of vitamin B6

- Vitamin B9 14 micrograms

- 71.5 milligrams of vitamin C

- 5 milligrams of calcium.

- 0.13: milligrams of iron

- 10 milligrams of magnesium.

- 0.055 milligrams of manganese.

- 31 milligrams of phosphorus.

- 171 milligrams of potassium

- 1 milligram of sodium.

- 0.07 milligrams of zinc.

1/29 Edited to

... Read moreลิ้นจี่ถือเป็นผลไม้ที่คนไทยและชาวเอเชียนิยมบริโภคไม่เพียงแต่รสชาติหวานอร่อยเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันมักจะกินลิ้นจี่สดเป็นของว่างเวลารู้สึกเหนื่อยล้า เพราะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและบรรเทาอาการกระหายน้ำได้ดีมาก นอกจากนี้ ลิ้นจี่ยังมีวิตามินซีสูงซึ่งช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันหวัด หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจที่คนทั่วไปมักเผชิญ นอกจากนี้เส้นใยในลิ้นจี่ยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและรักษาสุขภาพลำไส้ มีรายงานจากหลายแหล่งว่าสารในลิ้นจี่ช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรัง แก้เจ็บคอ และบรรเทาอาการคัดจมูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทางเลือกธรรมชาติที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่อยากพึ่งยา โภชนาการของลิ้นจี่ต่อ 100 กรัมให้พลังงาน 66 กิโลแคลอรี่ มีคาร์โบไฮเดรตสูงถึง 16.53 กรัม และน้ำตาลธรรมชาติ 15.23 กรัม ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นพลังงานในช่วงที่ต้องการความสดชื่นอย่างรวดเร็ว วิตามินบีรวม เช่น บี1 บี2 บี3 และบี6 ในลิ้นจี่ยังช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงานและทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ควรระวังคือผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือด เนื่องจากลิ้นจี่มีน้ำตาลค่อนข้างสูง ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม สุดท้าย ลิ้นจี่ยังเหมาะสำหรับการนำมาประกอบอาหารและทำของหวานต่าง ๆ เช่น น้ำลิ้นจี่ ชา หรือไอศกรีม ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้อย่างเต็มที่และหลากหลายรูปแบบ การเพิ่มลิ้นจี่ในเมนูอาหารประจำวัน จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ และผู้ที่มองหาอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนพร้อมช่วยดูแลสุขภาพร่างกายอย่างธรรมชาติ