ขิง
ประโยชน์ของขิง
1. แก้อาการเมารถเมาเรือ
2. แก้ปัญหาผมขาดร่วง
3. ช่วยลดอาการท้องอืด
4. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
5. บรรเทาอาการไมเกรน
6. ลดความเสี่ยงของการเกิดความดันโลหิตสูง
7. ลดระดับน้ำตาลในเลือด
8. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
9. รักษากรดไหลย้อน
10. ช่วยรักษาโรคต่างๆ อีกมากมาย
คุณค่าทางโภชนาการของขิง
ขิง 100 กรัม ให้พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่ และให้คุณค่ าทางโภชนาการ ดังนี้
-โปรตีน 0.4 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต 4.4 กรัม
-ไขมัน 0.6 กรัม
-เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม
-เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม
-แคลเซียม 18 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม
-เบต้า-คาโรทีน 10 ไมโครกรัม
-วิตามินซี 1 มิลลิกรัม
-ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม
-ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม
-ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม
ขิงเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักและใช้กันมานาน ไม่เพียงแต่ใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ แต่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นยาแผนโบราณที่ช่วยบำรุงสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์ส่วนตัว การดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และท้องอืดได้ดีมาก โดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกไม่สบายหลังรับประทานอาหารหนัก หรือเมื่อต้องเดินทางไกลที่มักจะมีอาการเมารถ นอกจากนี้ตามที่มีการค้นคว้าวิจัยพบ ขิงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและโรคมะเร็ง อีกทั้งในขิงยังมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เช่น แคลเซียม เหล็ก และวิตามินซี ที่มีบทบาททำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ตัวอย่างง่าย ๆ คือ การนำขิงไปทำเป็นชาขิง หรือใส่ในเมนูอาหารต่าง ๆ สามารถช่วยให้ได้รับประโยชน์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง แต่ควรระวังในบางกรณีที่ผู้ที่มีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคขิงในปริมาณมาก เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างกันได้ สุดท้ายนี้ การผสมผสานขิงในอาหารและเครื่องดื่มประจำวันเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมอย่างแท้จริง และยังเป็นทางเลือกธรรมชาติที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนด้วยสมุนไพรไทยที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่าย.



