How to factor integers
This method is quite Manual, but it uses a few simple formulas. The old version of Excel did it. 😎💚# excelsoezy# Exceltricks # exceltips # Excel # Lemon 8 Howtoo
ถ้าใครกำลังหา “สูตรแยกตัวประกอบ” ใน Excel เพื่อเอาไปใช้กับงานบัญชี/การเงิน (เช่น แบ่งงวด แบ่งล็อต แยกจำนวนชิ้น หรือเช็กว่าตัวเลขหารลงตัวไหม) วิธี Manual แบบนี้ช่วยได้มาก โดยเฉพาะตอนใช้ Excel เวอร์ชันเก่า ๆ ที่ยังไม่มีฟังก์ชันใหม่ให้ลัดขั้นตอน แนวคิดคือ เราสร้าง “ตัวหาร (X)” ไล่ตั้งแต่ 1, 2, 3, … ไปจนถึงเลขที่เราต้องการแยกตัวประกอบ แล้วคำนวณ “ผลหาร (Y)” จากนั้นใช้ MOD เช็กว่า Y เป็นจำนวนเต็มไหม (หรือพูดง่าย ๆ คือหารลงตัวไหม) ถ้าหารลงตัว คู่ X และ Y ก็คือตัวประกอบของเลขนั้น ตัวอย่าง: หา “ตัวประกอบของ 108” 1) เตรียมช่องใส่เลข: สมมติใส่ 108 ไว้ที่เซลล์ E6 (ปรับตำแหน่งได้ตามไฟล์ของเรา) 2) สร้างค่า X ในคอลัมน์ B - ที่ B9 พิมพ์ 1 - จากนั้นลาก/Fill Series ลงไปเป็น 1, 2, 3, … จนถึง 108 (หรือมากกว่านิดหน่อยก็ได้ แต่ไม่จำเป็น) 3) คำนวณ Y ในคอลัมน์ C - ที่ C9 ใส่สูตร = $E$6 / B9 - แล้วคัดลอกสูตรลงทั้งคอลัมน์ 4) เช็กว่าหารลงตัวด้วย MOD ในคอลัมน์ D - ที่ D9 ใส่สูตร =MOD(C9,1) - คัดลอกลงทั้งคอลัมน์ หลักการคือ ถ้า C9 เป็นจำนวนเต็มจริง ๆ ค่า MOD(C9,1) จะได้ 0 5) ใช้ Filter ช่วยเลือกเฉพาะแถวที่เป็นตัวประกอบ - คลุมหัวตาราง แล้วไปที่ Data > Filter - กรองคอลัมน์ D (MOD) ให้แสดงเฉพาะค่า 0 เมื่อกรองแล้ว ค่า X ในคอลัมน์ B ที่เหลืออยู่คือ “ตัวประกอบของ 108” และค่า Y ในคอลัมน์ C คือ “ตัวประกอบคู่กัน” (เช่น 3 กับ 36, 9 กับ 12 ฯลฯ) ทริคที่ใช้บ่อยกับงานบัญชี/การเงิน - ถ้าต้องการ “ตัวประกอบที่ใช้ได้จริง” เช่น อยากได้เฉพาะตัวประกอบที่เป็นจำนวนคู่/จำนวนคี่ ก็เพิ่มคอลัมน์เช็ก MOD(X,2) - ถ้าไม่อยากไล่ X ยาวถึง 108 ทุกครั้ง ให้ไล่ถึงแค่ 1 ถึง INT(SQRT(108)) แล้วใช้คู่ Y ช่วยลดจำนวนแถว (ทำให้ไฟล์เบาขึ้น) - เจอ #DIV/0! บางไฟล์มักเกิดจากมีค่า X เป็น 0 เผลอใส่ไว้ในลิสต์ ให้เริ่มที่ 1 เสมอ หรือใช้ IFERROR ครอบไว้เพื่อความเรียบร้อย วิธีนี้แม้จะ Manual แต่ข้อดีคือเข้าใจง่าย ตรวจสอบได้ และปรับใช้กับเลขอื่น ๆ ได้ทันที แค่เปลี่ยนเลขในช่อง “จำนวนที่ต้องการแยกตัวประกอบ” ก็ได้รายการตัวประกอบใหม่ทันที
























































