Automatically translated.View original post

Interest finding with RATE

The RATE function in Excel calculates the interest rate or yield per period based on the amount of tranches (NPER), individual installments (PMT), present value (PV), and future value (FV). It is suitable for analyzing all tranches of equally paid loans or investments. 😎📸💚# excelsoezy # Exceltricks # exceltips # Excel # Lemon 8 Howtoo

4/30 Edited to

... Read moreหลายคนเวลาค้น “วิธีคิดดอกเบี้ยบ้าน” หรือ “คํานวณลดต้นลดดอก excel” มักติดตรงนี้: เรารู้ยอดกู้ (เงินต้น PV) รู้จำนวนงวด และรู้ยอดที่จะได้/ยอดที่ต้องจ่ายปลายทาง (เงินสะสม FV) แต่ไม่แน่ใจว่า “ดอกเบี้ยจริง” ที่แฝงอยู่เท่าไหร่ หรืออยากเทียบว่ารีไฟแนนซ์เจ้าไหนคุ้มกว่า แบบนี้ RATE ช่วยได้มากค่ะ 1) โครงสร้าง RATE ที่ฉันใช้บ่อย RATE(nper, pmt, pv, [fv], [type]) - nper = จำนวนงวดทั้งหมด (เช่น ผ่อน 30 ปี รายเดือน = 360 งวด) - pmt = ค่างวดต่อรอบ (ถ้าเป็นเคสลงทุนเป็นเงินก้อน ไม่มีจ่ายระหว่างทาง ใส่ 0) - pv = มูลค่าปัจจุบัน/เงินต้น (ใส่ “ติดลบ” ถ้าคิดว่าเป็นเงินที่จ่ายออก) - fv = มูลค่าอนาคต/ยอดปลายงวด (ใส่ “บวก” ถ้าเป็นเงินที่รับเข้า) - type = 0 จ่ายปลายงวด (ส่วนใหญ่เงินกู้/เงินฝาก), 1 จ่ายต้นงวด ตัวอย่างแนวเดียวกับในภาพ: ลงทุน 10,000 บาท 2 งวด ได้เงินสะสม (FV) 12,100 บาท =RATE(2,0,-10000,12100,0) ผลลัพธ์ที่ได้คือ “อัตราดอกเบี้ยต่องวด” (ต่อ 1 งวด) ไม่ใช่ต่อปีทันที 2) แปลง “อัตราดอกเบี้ยต่องวด” ให้เป็นต่อปี (สำคัญมาก) ถ้างวดเป็น “รายเดือน” และ RATE คืนค่าเป็น r ต่อเดือน - Nominal ต่อปี (แบบคูณตรง): =r*12 - Effective ต่อปี (แบบทบต้น): =(1+r)^12-1 เวลาคนถาม “ดอกเบี้ย MRR คือ” หรือ “ดอกเบี้ย mrr คิดยังไง” ให้จำว่า MRR เป็นอัตราอ้างอิงต่อปี แต่สัญญากู้บ้านจริงมักคิดเป็นรายวัน/รายเดือน ดังนั้นตอนเทียบควรดู Effective ด้วย จะเทียบได้แฟร์กว่า 3) ใช้ RATE เพื่อเทียบ “รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี” แบบเร็ว ทริคของฉันคือทำตาราง 2-3 ทางเลือก แล้วใส่ - PV = ยอดหนี้คงเหลือ (เงินต้น) - nper = จำนวนงวดที่เหลือ - pmt = ค่างวดใหม่ที่ธนาคารเสนอ (หรือค่างวดที่เราตั้งใจจ่าย) แล้วแก้ RATE หา “ดอกเบี้ยโดยนัย” ของแต่ละโปรแกรม จากนั้นค่อยบวกต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าจดจำนอง/ค่าธรรมเนียม เพื่อดูจุดคุ้มทุนรีไฟแนนซ์ 4) “การโปะบ้าน” ช่วยดอกเบี้ยลดไหม? ลดค่ะ เพราะทำให้เงินต้นลดเร็ว ดอกเบี้ยงวดถัดๆ ไปคิดจากเงินต้นที่เล็กลง ถ้าจะจำลองใน Excel แบบง่าย: - วิธีที่ไวที่สุด: เปรียบเทียบ 2 เคส (ค่างวดเท่าเดิม vs โปะเพิ่ม) แล้วดูดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา - ถ้าต้องการหา “ต้องโปะเพิ่มเดือนละเท่าไหร่ถึงจะปิดใน X ปี” ให้ใช้เครื่องมือ Goal Seek คู่กับตารางเงินกู้ หรือใช้ PMT/NPER ร่วมกับ RATE 5) ปัญหาที่เจอบ่อย: ขึ้น #NUM ใน RATE - สัญลักษณ์เงินเข้า/ออกไม่ถูก (pv กับ fv ควรมีเครื่องหมายตรงข้ามกัน) - ใส่ nper เป็น 0 หรือไม่สอดคล้องกับงวดจริง - ดอกเบี้ยที่เป็นไปได้ไม่มีทางทำให้สมการสมดุล (เช่น FV น้อยกว่า PV แต่กำหนดงวดสั้นมาก) ลองแก้ด้วยการตั้ง guess (อาร์กิวเมนต์ที่ 6) เช่น 0.01 หรือ 0.1 และตรวจเครื่องหมายติดลบ/บวกใหม่ 6) เผื่อคนมองหา “เงินฝากดอกเบี้ยสูง” หรือบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ถ้าเรารู้ว่าออมทุกเดือน (PMT) และอยากได้เป้าหมายเงินสะสม (FV) ในอีก n เดือน เราสามารถใช้ RATE หา “ผลตอบแทนที่ต้องได้ต่อเดือน” เพื่อเช็กว่าโปรดักต์ที่โฆษณาดอกเบี้ยสูงพอไหม (แล้วค่อยแปลงเป็นต่อปีแบบ Effective) สรุป: RATE ไม่ได้ใช้แค่ในโจทย์ลงทุนเงินก้อน แต่เหมาะมากกับการ “ถอดรหัสดอกเบี้ยจริง” ของเงินกู้บ้าน/รีไฟแนนซ์/การโปะ และช่วยให้ตัดสินใจได้จากตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึกค่ะ