Automatically translated.View original post

Grandfather's Royal Candy

Great Grandfather's Candy, Elephant Hai Temple, 1954, built by Master Tim.

Details

(Great-Grandfather Candy, Elephant Hai Temple, 1954, built by Master Tim)

Real, real sounds like this are very rare.

Great-grandfather's candy. With the pure experience of the first-generation great-grandfather, 1954, Master Tim Temple, the elephant temple to build a distribution of Islamic pupils who cannot hang the altar using the same mass as the first-generation great-grandfather, 1954, entered the same ceremony, used to worship instead of the first-generation great-grandfather, 1954, which is expensive but has the same Buddha. Buddha is not exactly the same.

"Master Tim's candies" shone on a telescope, and it appears that each of them has every noticeable mass, just like his great-grandfather, the meat of 1947, which is made up of black, red, white, and gimxiao minerals, which is visible in every of Master Tim's candies. When the creation of such candies is assumed, it is inferred that it will be formed in a round shape, like the molding of a dessert. All the mass at that time was still wet and latex (because it was that it had not been dried before) at the same time. To make the meat of the perch into a round cube, it must be homogenized first, and then take the modest meat and put it on the palm of the hand into a round cube. The latex is on the outer surface, and the candy has a latex on the outer surface, which looks like a thin sugar-plastered banana (which is not latex because it is dried or "dead").

2025/9/23 Edited to

... Read moreเวลาคนค้นหา “ลูกอมหลวงปู่ทวด” หรือ “ลูกอมหลวงปู่ทวดปี 97” ส่วนใหญ่ต้องการรู้ว่าแท้ดูยังไง และควรเช็กอะไรบ้างก่อนเช่าหา ผมขอแชร์แนวทางที่ผมใช้ดู (สไตล์คนเล่นจริง) เผื่อช่วยลดความเสี่ยงได้ครับ 1) ดูภาพรวมก่อน: ทรง-ผิว-ความเก่า ลูกอมเนื้อว่านปี 2497 ของสายวัดช้างให้ (อาจารย์ทิม) โดยมากจะเป็นก้อนกลมเล็ก ผิวไม่ได้เรียบกริบแบบลูกแก้ว แต่มี “ชีวิตของเนื้อว่าน” คือผิวจะดูเป็นธรรมชาติ มีหลุมเล็กๆ/รอยปริจิ๋วจากการแห้งตัว ไม่ใช่เนียนสม่ำเสมอแบบงานกดพิมพ์หรือปั้นใหม่ 2) จุดที่หลายคนมองหา: ผิวน้ำยางว่าน (ฟิล์มเคลือบบาง) ชิ้นที่ผมเจอบ่อยจะมีความรู้สึกเหมือนมีชั้นเคลือบบางๆ ที่ผิว ดูคล้ายความมันใสแบบธรรมชาติ ไม่ได้เงาวับแบบน้ำยาเคลือบสมัยใหม่ ถ้าส่องเอียงแสงจะเห็นความ “ฉ่ำ” ของผิวว่านบางๆ อยู่ โดยเฉพาะเม็ดที่เก็บดีในตลับพลาสติกใส 3) ส่องขยายหา “มวลสาร” ให้ครบโทน ลองใช้กล้องส่องพระ/เลนส์ขยาย แล้วไล่ดูเม็ดมวลสารที่กระจายอยู่ในเนื้อ เช่น เม็ดดำ เม็ดแดงโทนอิฐเผา เม็ดขาว และจุดแววๆ ของเม็ดแร่กิมเซียว (ถ้ามี) จุดสำคัญคือมันควร “ฝังอยู่ในเนื้อ” และกระจายแบบไม่ตั้งใจ ไม่ใช่โปรยให้สวยเป็นแพตเทิร์น 4) ดูเนื้อใน-รอยปริ-ขอบสึก ถ้ามีรอยปริหรือรอยถลอกเล็กๆ ให้สังเกตว่าเนื้อในกับผิวนอกต่อเนื่องกันไหม ของที่แต่งผิวบางทีจะเห็นชั้นเคลือบต่างระดับ หรือสีผิวกับเนื้อในคนละอารมณ์ อีกอย่างคือรอยสึกจากการจับต้องจะกลืนกับผิว ไม่เป็นรอยขูดแข็งๆ 5) กลิ่น/ความรู้สึกของเนื้อ (ถ้ามีโอกาสสัมผัส) บางเม็ดจะมีกลิ่นว่านอ่อนๆ หรือกลิ่นเก่าธรรมชาติ แต่ข้อนี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น เพราะการเก็บในตลับ/สภาพแวดล้อมทำให้ต่างกันได้ ไม่ควรตัดสินจากกลิ่นอย่างเดียว 6) เอกสารและที่มา: สำคัญพอๆ กับองค์พระ ลูกอมหลวงปู่ทวดปี 97 ราคาวิ่งและมีทำเลียนแบบเยอะ ผมจะถามที่มาเสมอ เช่น ได้จากสายวัดช้างให้/ลูกศิษย์เก่าไหม เก็บอย่างไร มีรูปเดิมหรือบันทึกการได้มาหรือไม่ ถ้าเช่าหาสูง แนะนำให้เลือกแหล่งที่รับประกันแท้และมีเงื่อนไขคืนได้ชัดเจน 7) ถ่ายรูปให้ชัดก่อนถามสาย ถ้าจะขอความเห็นจากคนในวงการ ลองถ่าย 3 แบบ: ภาพรวมทั้งเม็ด, ภาพผิวเอียงแสง, และภาพขยายให้เห็นมวลสาร (เหมือนภาพขยายระยะใกล้ที่เห็นพื้นผิวละเอียด) จะช่วยให้วิเคราะห์ได้มากกว่า ทั้งหมดนี้เป็นเช็กลิสต์ที่ผมใช้กับ “ลูกอมหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน ปี 2497 ของพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้” เป็นหลักครับ ถ้าใครมีรูปผิวชัดๆ หรือสงสัยจุดไหน ลองเทียบกับมวลสารและผิวน้ำยางว่านตามข้อข้างบน จะช่วยให้ตัดตัวเลือกได้ไวขึ้นเยอะ