⚠️ ประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม โรคความจำเสื่อมชั่วคราว (TGA)

สวัสดีค่ะทุกคน โพสต์นี้ตั้งใจมาแชร์ประสบการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เรื่องของคุณแม่ที่เป็นโรค Transient Global Amnesia (TGA) หรือภาวะความจำเสื่อมชั่วคราว ซึ่งเป็นโรคที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

เมื่อแม่ที่ความจำดีเยี่ยม...กลับจำอะไรไม่ได้

แม่เราเป็นคนความจำดีมากกกกค่ะ จำได้ทุกรายละเอียด ขนาดเบอร์โทรศัพท์ยังใช้จำอยู่เลย ขนาดเราจะตั้งเตือนอะไรในมือถือ แค่บอกแม่ไว้ก็จะได้คำเตือนตรงเวลาเป๊ะๆ!

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เรากับแม่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เรากลับคอนโด แม่กลับบ้าน ด้วยความ Jet Lag ตอนตี 2 ครึ่ง เราไลน์ไปบอกแม่ว่านอนไม่หลับ ปรากฏว่าแม่พิมพ์ตอบกลับมา...แต่เป็นภาษาที่ดูแปลกๆ ไม่ใช่สไตล์แม่เขียนเลย แถมยังบอกว่าจะไปโรงพยาบาลด้วย

ใจเราไม่ดีเลยค่ะ รีบโทรหาพ่อแล้วพาแม่ไปโรงพยาบาลทันที ตอนนั้นกลัวเรื่อง Stroke มากที่สุด

ตลอดทางไปโรงพยาบาลและตอนเตรียมแอดมิท แม่ถามวนอยู่ 3 คำถามนี้ซ้ำๆ: “แม่อยู่ที่ไหน?” “แม่เป็นอะไร?” “กี่โมงแล้ว?” พอถามคำถามที่ 3 จบ ก็จะวนกลับมาถามคำถามแรกใหม่ วนไปแบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นใจเสียมากค่ะ เหมือนจู่ๆ แม่คนเดิมก็หายไปโดยไม่มีสัญญาณอะไรเตือนมาก่อน แต่เวลาคุณแม่ถามก็จะพยายามยิ้มและตอบแบบใจเย็นเพื่อไม่เพิ่มความตึงเครียดให้กับคุณแม่ (ทั้งที่ในใจก็สับสนมากๆ 😢)

หลังคุณหมอตรวจอาการเบื้องต้นก็ไม่พบความผิดปกติที่เข้าข่าย Stroke จึงส่งต่อไปให้หมอด้านประสาทตรวจในเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนนั้นอาการแม่ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม คือถามคำถามเดิมซ้ำๆ และดูเครียดมากๆ จนเราคิดว่าข้างในแม่คงกำลังสับสนและกังวลไม่แพ้เราเลย

พอหมอประสาทวิทยาทำการ MRI สมอง ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ สรุปเบื้องต้นว่าคุณแม่น่าจะเป็น TGA ค่ะ

ช่วงบ่ายวันนั้นคุณหมอเข้ามาเยี่ยมแม่และเริ่มถามคำถามง่ายๆ เช่น “จำได้ไหมว่าไปเที่ยวที่ไหนมา?” หรือ “พักที่ไหน?” แม่เราเริ่มตอบได้ และอาการก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ พอถึงตอนกลางคืนก็เริ่มจำเรื่องราวได้เกือบหมด แต่ยังมีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม เช่น ปกติเรากับแม่จะคุยกันแบบมีแซวกันตลอด แต่คืนนั้นแม่จะตอบคำถามแบบข้อมูลครบถ้วนแต่ไม่มีอารมณ์ขันเหมือนปกติ

คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น และใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งอาทิตย์ แม่ก็ค่อยๆ กลับมาเป็นตัวเองได้เต็มร้อยค่ะ ตอนนี้สุขภาพทุกอย่างแข็งแรงดีและไม่มีอาการเกี่ยวกับเรื่องความจำเสื่อมอีกเลย

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้

ดีใจมากๆ ที่ผ่านมาได้ และไม่คิดเลยว่าจู่ๆ จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิต เพราะโรค TGA คุณหมอก็ไม่สามารถบอกสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าเกิดจากอะไร โดยปกติ เมื่อผ่าน 24 ชั่วโมงไปคนไข้ก็จะสามารถกลับมาจำได้เหมือนเดิม พอมาถามคุณแม่ตอนหายดีแล้วปรากฏว่าคุณแม่จำอะไรไม่ได้เลยในช่วง 24 ชั่วโมงที่คุณแม่มีอาการ TGA 😅 แม๊

โพสต์นี้อาจจะยาวหน่อย แต่ตั้งใจมาแบ่งปันเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนนะคะ อยากให้ทุกคนตระหนักเสมอว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนจริงๆ ค่ะ

หากใครเคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน มาแชร์กันได้นะคะ 🙂

#TGA #โรคความจำเสื่อมชั่วคราว #ดูแลผู้สูงอายุ #สุขภาพดี #ครอบครัว #ประสบการณ์ #สุขภาพ #lemon8

2025/8/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครมาเจอคำว่า “ความจำเสื่อมชั่วคราว” แล้วกำลังกังวลเหมือนเราในวันนั้น อยากสรุปสิ่งที่เราได้เรียนรู้แบบคนอยู่หน้างาน (ไม่ใช่หมอ) ว่า TGA มักจะมีหน้าตาประมาณไหน และตอนเกิดเหตุควรทำยังไงให้ปลอดภัยที่สุด 1) อาการที่ทำให้เราสงสัยว่าเข้าข่าย “ความจำเสื่อมชั่วคราว” - คนไข้จะ “จำเรื่องใหม่ไม่ได้” ช่วงเวลานั้นๆ เลย ทำให้เกิดการถามซ้ำ วนคำถามเดิม เช่น อยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้กี่โมง - ยังพูดคุยรู้เรื่อง เดินได้ ทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ แต่เหมือนสมองบันทึกความทรงจำไม่ได้ - หลังหายแล้ว มัก “จำช่วงที่เป็นไม่ได้” เหมือนมีช่องว่างหายไปบางช่วง 2) แต่สำคัญมาก: แยกจาก Stroke/ภาวะฉุกเฉินให้ได้ ตอนแม่เราเป็น เรากลัว Stroke มากที่สุด เพราะอาการคล้าย “สมองมีปัญหาเฉียบพลัน” ข้อแนะนำคือ ถ้าเจอความจำผิดปกติฉับพลัน ให้คิดว่าเป็นเหตุฉุกเฉินไว้ก่อนและไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย: - หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก - เดินเซ เห็นภาพซ้อน ปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน - ซึมลง ชัก หมดสติ แม้สุดท้ายจะเป็น TGA จริง การไปถึงมือแพทย์เร็วก็ทำให้คัดกรองโรคร้ายแรงได้ทัน 3) ตอนพาไปโรงพยาบาล ควรเตรียม/สังเกตอะไร สิ่งที่ช่วยมากคือ “เวลาเริ่มอาการ” และ “อาการก่อนหน้า” ลองจดหรือจำให้ได้ว่าเริ่มสับสนตั้งแต่กี่โมง ก่อนหน้านั้นทำอะไรมา (เช่น เดินทางไกล นอนไม่พอ เครียด ออกแรงหนัก) รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติไมเกรน/ความดัน เพราะแพทย์มักถามละเอียดมาก 4) วิธีดูแลระหว่างรอพบแพทย์ (จากประสบการณ์ตรง) - พูดสั้นๆ ใจเย็น ตอบคำถามเดิมซ้ำได้ ไม่ต้องตำหนิ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจลืม - อยู่เป็นเพื่อนตลอด กันหลง/กันล้ม และลดความเครียด - เลี่ยงให้คนไข้ขับรถหรืออยู่ลำพัง - ถ้ามีอาการคล้ายๆ กันหลังเดินทาง (jet lag) หรือพักผ่อนน้อย ยิ่งควรรีบเช็ก 5) หลังอาการดีขึ้น ควรทำอะไรต่อ แม้อาการมักดีขึ้นใน 24 ชั่วโมงตามที่หลายเคสเจอ แต่เราแนะนำให้ติดตามอาการตามนัด และช่วงแรกช่วยกันสังเกตเรื่องความจำ อารมณ์ ความเครียด และการนอน พอแม่เรากลับบ้าน เราพยายามจัดตารางพักผ่อนให้พอ ลดงานหนักๆ ชั่วคราว แล้วค่อยกลับสู่ปกติ สุดท้ายอยากบอกว่า คนดูแลเองก็เครียดไม่แพ้กันเลย วันนั้นเราใจเสียมาก แต่สิ่งที่ช่วยได้จริงคือ “พาไปโรงพยาบาลเร็ว + ตั้งสติ + เก็บข้อมูลอาการ” ถ้าใครกำลังเจอสถานการณ์คล้ายกัน ขอให้ผ่านไปได้อย่างปลอดภัยนะคะ

ค้นหา ·
ความจำเสื่อมชั่วคราว