อเมริกากับวีซ่าท่องเที่ยว

#creatorsearchinsights 📌🇺🇸กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศกวาดล้างขบวนการ "ท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร" (Birth Tourism) ครั้งใหญ่ โดยหน่วยงานรัฐบาลอย่าง U.S. Department of State ระบุว่ามีการเพิกถอนวีซ่าหลายร้อยคนและทลายเครือข่ายที่อำนวยความสะดวกในแอฟริกาและยุโรป หวังสกัดการใช้ช่องโหว่เดินทางมาคลอดลูกเพื่อรับสัญชาติอเมริกัน

🚫เจาะลึกขบวนการ "ท่องเที่ยวเพื่อคลอดลูก

🚫สหรัฐฯ เอาจริง! กวาดล้างเครือข่ายข้ามชาติสถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการปกป้องระบบตรวจคนเข้าเมือง:ทลายเครือข่ายในแอฟริกาและยุโรป: เจ้าหน้าที่ได้ทลายขบวนการจัดหาเอกสารเท็จและนายหน้าที่คอยโค้ชชิ่งการขอวีซ่าเพิกถอนวีซ่านับร้อยใบ: ผู้ปกครองหลายร้อยคนที่ถูกพบว่าใช้เอกสารอันเป็นเท็จในการเดินทางมาคลอดบุตร ถูกเพิกถอนวีซ่าทันทีขึ้นบัญชีดำถาวร: ผู้ที่กระทำการฉ้อโกงจะถูกสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างถาวร

🚫หญิงตั้งครรภ์ที่จำเป็นต้องเดินทางไปอเมริกา ต้องทำอย่างไร?ตามกฎหมายวีซ่าของ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กงสุลมีสิทธิ์ปฏิเสธวีซ่าได้ทันทีหากสงสัยว่าจุดประสงค์หลักคือการไปคลอดบุตรหากคุณจำเป็นต้องเดินทางไปเพื่อการรักษาทางการแพทย์ จะต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีเหตุผลทางการแพทย์ที่จำเป็น มีทุนทรัพย์เพียงพอ และมีเจตนาเดินทางกลับประเทศหลังเสร็จสิ้นการรักษา

📌สิทธิพลเมืองโดยกำเนิดของสหรัฐฯ หรือ Jus Soli (สิทธิแห่งแผ่นดิน) ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 14 (14th Amendment) ซึ่งระบุว่า บุคคลใดก็ตามที่เกิดบนผืนแผ่นดินสหรัฐฯ จะได้รับสัญชาติอเมริกันโดยอัตโนมัติทันที โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ สายเลือด หรือสถานะการเข้าเมืองของบิดามารดา

1. 📌รากฐานทางกฎหมาย (The Legal Foundation)รัฐธรรมนูญมาตรา 14 (Ratified 1868): ข้อความในกฎหมายระบุว่า "All persons born or naturalized in the United States, and subject to the jurisdiction thereof, are citizens of the United States..." ซึ่งเดิมทีถูกตราขึ้นหลังสงครามกลางเมืองเพื่อคุ้มครองสิทธิของอดีตทาสผิวดำคำพิพากษาบรรทัดฐาน (United States v. Wong Kim Ark - 1898): ศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) เคยมีคำตัดสินเป็นบรรดาทัศน์ว่า เด็กที่เกิดจากบิดามารดาชาวต่างชาติ (ในคดีนั้นเป็นชาวจีน) ที่พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ย่อมได้รับสัญชาติอเมริกันโดยกำเนิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 142. ข้อยกเว้นตามกฎหมาย (Narrow Exceptions)แม้ระบบสหรัฐฯ จะให้สัญชาติโดยไม่มีเงื่อนไขแก่คนเกือบทั้งหมด แต่มีกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิ์นี้เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาล (Not subject to the jurisdiction) ของสหรัฐฯ ได้แก่:บุตรของนักการทูตต่างประเทศ: เจ้าหน้าที่ทูต เอกอัครราชทูต ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการบุตรของผู้นำประเทศต่างถิ่น: ที่เข้ามาพำนักในฐานะประมุขแห่งรัฐผู้ที่เกิดในอเมริกันซามัว (American Samoa): จะได้รับสถานะเป็น "ประชากรของสหรัฐฯ" (U.S. National) แทนการเป็นพลเมือง (U.S. Citizen) ทำให้ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง3. สิทธิ์ของ "ลูก" และ "พ่อแม่" ตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองสิทธิ์ของเด็ก: ทันทีที่เกิด เด็กจะได้ถือ หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. Passport) ได้รับสิทธิ์เรียนฟรี และเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้เหมือนคนอเมริกันทุกคนสิทธิ์ของพ่อแม่ (Chain Migration): การมีลูกเป็นคนอเมริกันไม่ได้ช่วยให้พ่อแม่ได้ใบเขียวทันที กฎหมายระบุว่าต้องรอให้ลูกมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอสปอนเซอร์ใบเขียว (Green Card) เพื่อรวมญาติให้พ่อแม่ได้ตามกฎหมาย4. อัปเดตความขัดแย้งและสถานการณ์ทางกฎหมายล่าสุดปัจจุบันหลักการ Jus Soli กำลังเผชิญกับการท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่:ความพยายามจำกัดสิทธิ์: มีความพยายามจากฝ่ายบริหารและสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย เช่น Birthright Citizenship Act และการออกคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อตีความคำว่า "อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาล" ใหม่ โดยมุ่งหวังที่จะไม่ให้สัญชาติแก่เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่มีเอกสารเข้าเมืองถูกต้อง หรือพ่อแม่ที่ถือวีซ่าชั่วคราว (เช่น วีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าทำงานชั่วคราว)การต่อสู้ในชั้นศาล: คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวถูกระงับโดยศาลชั้นต้นหลายแห่ง และคดีความกำลังเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดว่าการยกเลิกสัญชาติโดยกำเนิดขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 14 หรือไม่มาตรการกวาดล้างปัจจุบัน: ในขณะที่ตัวกฎหมายรัฐธรรมนูญยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หน่วยงานรัฐอย่าง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) จึงหันมาใช้มาตรการเอาผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงและเพิกถอนวีซ่ากับขบวนการเอเจนซี่และกลุ่ม Birth Tourism ที่จงใจปกปิดวัตถุประสงค์

สนใจสมัครปรึกษาฟรี พี่นกได้ทุกช่องทาง

6/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมส่วนตัวผมเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ "ท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร" หรือ Birth Tourism จากเพื่อนที่วางแผนจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา และได้พบว่ากระบวนการขอวีซ่าท่องเที่ยวมีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลังๆ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้หลายคนที่ประสงค์จะเดินทางไปคลอดบุตรในสหรัฐฯ ต้องระวังเป็นพิเศษ เมื่อกรมการกงสุลมีอำนาจสูงในการปฏิเสธวีซ่าหากสงสัยเจตนาที่แท้จริงของผู้ขอวีซ่า การท่องเที่ยวเพื่อคลอดลูกในอเมริกานั้นไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เพราะหน่วยงานรัฐได้ดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายที่สนับสนุนการเดินทางด้วยเอกสารเท็จ ซึ่งส่งผลให้ผู้ขอวีซ่าหลายร้อยคนถูกเพิกถอนวีซ่าและอยู่ในบัญชีดำถาวร นอกจากนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 14 ยังให้สิทธิพลเมืองแก่เด็กที่เกิดในอเมริกาโดยอัตโนมัติ แม้พ่อแม่จะมีสถานะเข้าเมืองถูกกฎหมายหรือตั้งครรภ์ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามหากหญิงตั้งครรภ์มีความจำเป็นต้องเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อรักษาพยาบาลจริงๆ จะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจน และแสดงทุนทรัพย์เพียงพอ รวมถึงแผนการเดินทางกลับประเทศหลังเสร็จสิ้นการรักษาอย่างชัดเจน เพราะเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ปฏิเสธวีซ่าทันทีหากสงสัยว่าการเดินทางมีวัตถุประสงค์อื่น สิ่งที่ผมเห็นคือ การมีลูกเป็นคนอเมริกันไม่ได้ช่วยให้พ่อแม่ได้รับใบเขียวได้ทันทีตามกฎหมาย เนื่องจากต้องรอให้เด็กมีอายุครบ 21 ปี และยังมีข้อยกเว้นในกลุ่มบุคคลเช่นบุตรของนักการทูตหรือผู้ที่เกิดในอเมริกันซามัวที่ไม่ได้รับสิทธิพลเมืองในทันทีด้วย ด้วยความที่หลักการ Jus Soli กำลังโดนท้าทายทางกฎหมาย ทำให้สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือความซื่อสัตย์ต่อข้อมูลการขอวีซ่าและการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎระเบียบของสหรัฐฯ เท่านั้นจะช่วยให้ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างราบรื่น