“ขาย 25 ก็พอแล้วมั้ง…

แถวบ้านก็ขายกันราคานี้”

คำนี้ ฟังจนชิน

แต่เคยลอง “คิดต้นทุนจริง” กันไหม ?

อิตาเลี่ยนโซดา 1 แก้ว

ไม่ได้มีแค่ น้ำหวาน + โซดา แล้วจบ

ลองคำนวณกันแบบจริง ๆ 👇

โซดาขวดแก้ว

ยกถาด 24 ขวด = 190 บาท

ตกขวดละประมาณ 8 บาท

1 ขวด ชงได้ประมาณ 1 แก้วครึ่ง

แต่ในความจริง…

ถ้าวันนั้นขายได้แค่แก้วเดียว

โซดาที่เหลือก็ซ่าไม่เหมือนเดิมแล้ว

สุดท้าย = ต้องทิ้ง

ต้นทุนต่อแก้ว

• ไซรัป 4.8 บาท

• โซดา 8 บาท

• น้ำแข็ง + แก้ว + ฝา + หลอด + ถุง 5 บาท

ต้นทุน 17.8 บาท

รวมยังไม่ถึง

ค่าไฟ

ค่าน้ำ

ค่าแรง

ค่าเช่า

ค่าจิปาถะ

ของเสีย

เวลาที่ยืนขายทั้งวัน

ธุรกิจเครื่องดื่ม

“ไม่ได้กำไรเยอะอย่างที่หลายคนคิด”

ต้นทุนแฝงอีกประมาณ 35%

(อันนี้ ต้นทุนแฝงร้านแอด

ต้นทุนแฝงแต่ละร้าน ไม่เหมือนกัน อาจจะน้อยกว่า หรือ มากกว่า ลองคำนวณดูน๊า

สรุปคือ… ต้นทุนแก้วนี้ 24.03 บาท

ขาย 25 บาท

บางร้านแทบไม่ได้กำไรด้วยซ้ำ

อย่าตั้งราคาตามร้านข้างบ้านอย่างเดียว

แต่ให้ตั้งจาก “ต้นทุนจริง” ของร้านตัวเอง

เพราะถ้าขายเอาถูก

สุดท้ายอาจเหลือแค่ “ยอดขาย”

แต่ไม่เหลือ “กำไร” ☕✨

#FaahsaiCoffee

#หวังว่าโพสต์นี้จะมีประโยชน์กดไลด์กดแชร์ได้เลยจ้า

7/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่เคยขายเครื่องดื่ม อิตาเลียนโซดาอย่างหนึ่ง สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือต้นทุนแฝงต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ไซรัปและโซดา แต่รวมไปถึงต้นทุนแพ็คเกจจิ้ง เช่น แก้ว ฝา หลอด ถุงน้ำแข็ง และต้นทุนด้านพลังงาน เช่น ค่าไฟและค่าน้ำ ตลอดจนค่าแรงและค่าเช่าร้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่แท้จริง หากคำนวณแล้วพบว่าต้นทุนจริงสูงกว่าที่ตั้งราคาไว้มาก การขายด้วยราคาถูกอาจทำให้ไม่มีกำไรหรือขาดทุนในที่สุด ตัวอย่างเช่น โซดาขวดแก้วขนาด 24 ขวด ราคาประมาณ 190 บาท เท่ากับว่าต้นทุนโซดาต่อแก้วประมาณ 8 บาท แต่ถ้าวันไหนขายไม่หมด ขวดที่เหลือก็ต้องทิ้งเพราะสูญเสียความซ่า ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก ไซรัปและน้ำแข็งแก้วละ 4.8 และ 5 บาทตามลำดับ เมื่อรวมต้นทุนแฝงราว 35% ต้นทุนรวมอาจพุ่งไปถึง 24 บาทขึ้นไป ด้วยเหตุนี้ การตั้งราคาขายแค่ 25 บาทดูเหมือนจะได้กำไรน้อยหรือแทบไม่มีกำไรเลย ดังนั้นผู้ประกอบการเครื่องดื่มจึงควรเน้นการคิดต้นทุนอย่างละเอียดและตั้งราคาขายตามต้นทุนจริงของร้านตนเอง แทนที่จะตั้งราคาตามร้านข้างบ้านเพียงอย่างเดียว การทำเช่นนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินได้อย่างยั่งยืน และไม่ตายเพราะราคาขายที่ต่ำเกินไป นอกจากนี้ การบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพและการลดของเสีย จะช่วยควบคุมต้นทุนให้ต่ำลง รวมถึงการสร้างความแตกต่างของเมนูหรือการบริการที่มีคุณค่า จะช่วยให้สามารถตั้งราคาขายได้ดีกว่าและเพิ่มกำไรโดยรวมได้มากขึ้น ขอจะแชร์ว่า แม้ธุรกิจเครื่องดื่มดูเหมือนง่ายและต้นทุนวัตถุดิบไม่สูง แต่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างรอบด้านและความรู้ในการตั้งราคาที่เหมาะสม คือหัวใจหลักที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว