アラーム。‼️新しい種類の詐欺師。
豪華なプロフィールを持つ偽の医者が‼️有名な病院の外科医であると主張しますが、女の子は完全に着飾り、スクラブを着用し、医療カードを提示し、有名な大学を卒業したと主張しています。
しかし、チェコ人と医師がシステム❌で自分の名前を見つけられなかったため、番組の識別は偽物であると疑われました❓
彼女はまた、ソーシャルメディア上のプロファイルを作りました,外科医であることを主張,そして、豪華な病院で穀倉を身に着けている彼女の写真を投稿しました.‼️
ช่วงนี้เห็นข่าว “หมอปลอม” บ่อยมาก แบบที่ทำโปรไฟล์ดูน่าเชื่อสุดๆ ใส่สครับ ใส่เสื้อกาวน์ ถ่ายในโรงพยาบาลหรู โพสต์ภาพเหมือนทำงานจริง แถมโชว์บัตรคล้ายของ “Thai Medical Council” ทำให้หลายคนเผลอเชื่อได้ง่าย เลยอยากมาแชร์วิธีเช็กแบบที่เราทำ/ใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจไปรักษา หรือก่อนโอนมัดจำค่ะ 1) เช็กชื่อในระบบแพทยสภาก่อนเสมอ สิ่งที่ง่ายและควรทำเป็นอันดับแรกคือ “ตรวจรายชื่อแพทย์กับแพทยสภา” เพราะหมอจริงจะมีเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และค้นหาได้ในระบบ หากค้นชื่อ-นามสกุลแล้วไม่ขึ้น หรือข้อมูลไม่ตรงกับที่อ้าง (เช่น สาขา/สถานที่ทำงาน) ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน อย่าเพิ่งหลงเชื่อคำพูดหรือรูปภาพอย่างเดียว 2) ขอ “เลขใบประกอบฯ” และเช็กให้ตรงกัน หลายคนโชว์แค่บัตร แต่ไม่ยอมให้เลขใบประกอบฯ หรือให้เลขที่ตรวจแล้วไม่ตรง อันนี้เป็นสัญญาณเสี่ยงมากๆ ถ้าเป็นหมอจริง ปกติให้ข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนได้ (อย่างน้อยให้เราไปตรวจสอบในระบบ) 3) ระวังบัตรแพทย์/บัตรสภาวิชาชีพที่ดูแปลกๆ บัตรปลอมมักมีจุดให้สังเกต เช่น ตัวสะกดภาษาอังกฤษแปลก ฟอนต์ไม่สม่ำเสมอ ตำแหน่งโลโก้/ตราประทับไม่ชัด ข้อมูลบนบัตรไม่สัมพันธ์กัน หรือเอาบัตรหลายใบมาซ้อนถ่ายให้ดูเหมือนมีหลักฐานเยอะๆ แต่จริงๆ ตรวจแล้วพิรุธ ถ้าเห็นบัตรที่อ้างเป็น “Thai Medical Council” ก็อย่าด่วนเชื่อจากรูป ให้กลับไปยืนยันในระบบอีกที 4) โปรไฟล์หรูไม่ได้แปลว่าเป็นหมอจริง บางคนใช้ภาพในเสื้อกาวน์ในโรงพยาบาลหรู หรือภาพจากสถานที่ที่คนทั่วไปก็เข้าไปถ่ายได้ รวมถึงรูปจากอินเทอร์เน็ต/ยืมรูปคนอื่นมาใช้ แนะนำลองเช็กย้อนกลับภาพ (reverse image) หรือดูความสม่ำเสมอของโพสต์ เช่น มีประวัติการทำงาน/เวร/เคสแบบมีแหล่งอ้างอิงไหม หรือมีแต่รูปถ่ายสวยๆ กับคำอ้างลอยๆ 5) ถ้าชวนคุยเรื่อง “มัดจำ-โอนเงิน-ดีลลับ” ให้ถอยก่อน มิจฉาชีพมักรีบปิดการขาย เช่น โปรฯ วันนี้วันเดียว ต้องโอนจองคิวทันที หรือให้โอนเข้าบัญชีบุคคล ไม่ใช่บัญชีคลินิก/โรงพยาบาล แถมชวนคุยในแชตส่วนตัวตลอด ถ้าเจอแพทเทิร์นนี้ให้หยุดและตรวจสอบเพิ่ม 6) ถ้าสงสัยว่าเจอหมอปลอม ควรทำอะไร - เก็บหลักฐาน: แชต สลิปโอน ลิงก์โปรไฟล์ รูปบัตร/โฆษณา - ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจ้งความ/แจ้งแพลตฟอร์ม - ถ้ามีการรักษาไปแล้วและมีอาการผิดปกติ รีบพบแพทย์ในโรงพยาบาลจริงทันที สรุปคือ คำว่า “หมอปลอม” อันตรายมาก เพราะกระทบทั้งเงินและความปลอดภัยของเรา อยากให้ทุกคนยึดหลักง่ายๆ คือ เช็กชื่อกับแพทยสภา + ขอเลขใบประกอบฯ + อย่าเชื่อแค่รูปโปรไฟล์หรูหรือบัตรที่ส่งมาในแชต เท่านี้ก็ลดความเสี่ยงได้เยอะเลยค่ะ

