Business Class Vietnam Airline ไปญี่ปุ่น🎌

วันนี้มารีวิว business class ครั้งแรกของเรากันค่า

📍เราบิน 1 flight connection

BKK- HAN- NRT

ใช้ระยะเวลา transit ประมาณ 3 ชม

📍facility ของ business class ทั่วไป

- check in business lane

- Fast tract (security + ตม ที่สุวรรณภูมิ)

- Lounge ที่ สุวรรณภูมิและ ฮานอย

สามารถเลือกเข้าได้ค่ะ เราเลือกใช้ Air France อาหาร อร่อย คนน้อย มีปลั๊กและห้องอาบน้ำค่ะ

🛫 Flight BKK- NRT

- เป็นที่นั่ง แบบ 2-2

- ปรับนอนได้ประมาณ 150 องศา

- อาหารและเครื่องดื่มตัวเลือกไม่เยอะค่ะ เพราะ flight time ค่อนข้างน้อย ประมาณ 1.30นาที

พอถึงพัก lounge ที่ฮานอย เป็น lounge business โดยเฉพาะ คนค่อนข้างเยอะเลย มีนที่นั่ง แต่ ค่อนข้างแน่นอนมาก

🛫 Flight HAN- NRT

- welcome drink แน่นอนว่า champagne 🍾

- ที่นั่งแบบ full flatbed ยืดขาเต็มที่สุดๆ

- มีหมอน ผ้านวมนุ่มๆ

- หูฟัง noise cancellation

- amenities samsoniteและ ของที่ระลึก เป็นorganic lotion

- อาหาร มีตัวเลือกมื้อเช้า 3 choice เราเลือกเป็น westernมาค่ะ(รสชาติกลางๆค่ะ)

- choice เครื่องดื่ม เราลอง เป็นsignature ของสายการบิน ชื่อ high mountain ( apple juice+orange + Rum) อร่อยเลย👍🏻👍🏻

💵 ราคา: เราขาไปนั่ง business ,กลับ eco ค่ะ

รวมไปกลับ 27,100 บาท

โดยรวมใครอยากลองใช้บริการ business class ถือว่าราคาย่อมเยา สามารถลองใช้บริการได้ แอร์บริการดีประทับใจค่ะ

#businessclass #veitnamairline #tokyotrip #naritaairport

2025/11/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังหารีวิว “Vietnam Airlines business class ไปญี่ปุ่น” แบบละเอียด ๆ เราขอสรุปทริคและสิ่งที่ควรรู้เพิ่มจากประสบการณ์เส้นทาง BKK–HAN–NRT (ต่อเครื่องฮานอย) ให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ 1) ที่สุวรรณภูมิ: เช็กอิน + Fast Track ใช้จริงช่วยประหยัดเวลา ถ้าถือบัตรโดยสารชั้นธุรกิจของเวียดนามแอร์ไลน์ จะได้เช็กอินที่ business lane และใช้ Fast Track ผ่านจุดตรวจความปลอดภัย/ตม. ได้ (ขึ้นกับช่วงเวลาและกฎหน้างาน) เราว่าคุ้มมาก โดยเฉพาะวันหยุดที่คิวปกติยาว แนะนำเผื่อเวลาไว้เหมือนเดิม แต่โดยรวมสบายกว่ามาก 2) เลานจ์ที่สุวรรณภูมิเลือกได้หลายที่ (เราเลือก Air France) ข้อดีของการบิน business คือเข้าเลานจ์ได้ ก่อนขึ้นเครื่องเราชอบที่เลานจ์มีปลั๊กนั่งทำงาน/ชาร์จแบต มีอาหารให้รองท้อง และบางจุดมีห้องอาบน้ำด้วย ถ้าไฟลต์เช้าหรือมาถึงสนามบินไว ๆ การอาบน้ำก่อนขึ้นเครื่องช่วยให้เฟรชขึ้นเยอะค่ะ 3) ไฟลต์ BKK–HAN: ที่นั่ง 2-2 เหมาะกับการนั่งพักมากกว่านอนยาว ช่วงกรุงเทพ–ฮานอยเวลาไม่ยาว ที่นั่งจะเป็นแบบ 2-2 ปรับเอนได้ประมาณหนึ่ง (ไม่ถึงนอนราบ) เราใช้เวลานี้กินอาหารเบา ๆ แล้วพักเอาแรง เพราะไฮไลต์จริงอยู่ที่ขา HAN–NRT 4) ทรานซิตฮานอย 3 ชม. ควรบริหารเวลา + เลานจ์ค่อนข้างคนเยอะ เลานจ์ฝั่งฮานอยเป็น business lounge โดยเฉพาะ แต่วันที่เราไปคนแน่นพอสมควร แนะนำเช็กเกต/เวลา boarding ก่อน แล้วค่อยหามุมสงบ นั่งชาร์จแบต เข้าห้องน้ำ หรือทานอะไรเร็ว ๆ จะไม่เร่งตอนใกล้ขึ้นเครื่องค่ะ 5) ไฟลต์ HAN–NRT: ที่นั่ง Full Flatbed 180 องศา + ความเป็นส่วนตัว ขานี้คือที่สุดสำหรับเรา ที่นั่งแบบ full flatbed เหยียดขาได้เต็ม ๆ มีฉากกั้น/พื้นที่ส่วนตัว หน้าจอความบันเทิงส่วนตัว และหูฟังตัดเสียงรบกวน (noise cancellation) ทำให้หลับง่ายขึ้นมาก ใครอยากลอง “ที่นั่งเวียดนามแอร์ไลน์” แบบนอนราบ ขานี้ตอบโจทย์ค่ะ 6) Amenity และของใช้บนเครื่อง เราได้ชุด amenity กระเป๋า Samsonite พร้อมของใช้จำเป็น และมีโลชั่นออร์แกนิกเป็นของที่ระลึกด้วย รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้รู้สึกว่าเป็น business class จริง ๆ 7) อาหาร-เครื่องดื่ม: อยากลองซิกเนเจอร์ให้สั่งเลย อาหารเช้ามีให้เลือกหลายแบบ รสชาติจะออกกลาง ๆ แต่เครื่องดื่มสนุกมาก เราลองเมนูซิกเนเจอร์ “High Mountain” (น้ำแอปเปิล+น้ำส้ม+รัม) คืออร่อยกว่าที่คิด ใครชอบลองอะไรใหม่ ๆ แนะนำค่ะ 8) เหมาะกับใคร? ถ้าอยากอัปเกรดความสบายในการบินไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนที่อยากนอนจริงจังบนเครื่อง หรืออยากใช้ Fast Track/เลานจ์ให้คุ้ม Vietnam Airlines business class เป็นตัวเลือกที่ราคาจับต้องได้ดี (ทริปเรารวมไป-กลับ 27,100 บาท โดยขากลับนั่ง eco)

ค้นหา ·
รีวิว vietnam airline