แม่มาหาทุกเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ปี 1-4
ขออนุญาตปรึกษาพี่ๆนะคะ พอดีตอนนี้หนูเรียนอยู่ปี4ค่ะ มหาลัยอยู่คนละจังหวัดกับบ้าน แต่ห่างกันแค่100โลค่ะ
หนูเป็นลูกสาวคนเดียวนะคะ เลยเข้าใจแม่มากๆที่มาหาตลอด4ปีนี้ แม่จะมาหาหนูช่วงวันเสาร์ตอนเย็นแล้วกลับวันจันทร์ตอนเช้า หนูค่อนข้างแฮปปี้ที่แม่มาหานะคะ เพราะก็ได้ทานข้าวกับครอบครัว ทุกๆวันเสาร์-อาทิตย์หนูจะไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนเลยค่ะ เพราะอะไร ที่อยากไปจะเก็บไว้ให้แม่พาไป หนูค่อนข้างติดแม่ค่ะ
- จนกระทั่งปีที่แล้ว ช่วงปี3 หนูจะมีขอแม่ไปกินข้าวเย็นหรือกินขนมกับเพื่อนบ้าง (หนูกับเพื่อนไม่ได้เจอกันบ่อยๆนะคะ อาทิตย์นึงเจอกันที่มอแค่1-2วันค่ะ หอพักหนูกับเพื่อนห่างกัน30โลค่ะ เลยไม่ได้เจอกันบ่อยๆ ) พอขอแม่ไปแม่ก็ค่อนข้างไม่พอใจค่ะ หรือบางครั้งก็ไม่ให้ไปเลย
!!!! 1เดือน เพื่อนจะชวนกินข้าวเย็นประมาณ1ครั้งค่ะ หรือบางเดือนก็ไม่ได้กินค่ะ!!!!
- บางครั้งวันเกิดเพื่อน จะไปสังสรรค์ช่วงดึก หนูขอแม่ล่วงหน้า1-2อาทิตย์ค่ะ แม่ก็โอเคตกลงให้ไป พอถึงวันจริงๆก็ไม่พอใจ แล้วไม่ให้ไป กลายเป็นหนูผิดนัดเพื่อน แล้วเพื่อนก็นอยๆค่ะ
- บางอาทิตย์หนูมีกิจกรรมที่มอต้องเลิก6โมงเย็น1ทุ่ม แต่แม่จะมาหาหนูช่วงบ่าย3 ก็จะเข้าห้องไม่ได้ หนูเลยเสนอว่าหนูจะฝากกุญแจไว้ ที่นิติ แม่มาก็เข้าห้องมาอยู่ได้เลย แม่ก็ไม่ค่อยโอเคที่จะให้หนูฝาก แล้วก็มีการใช้น้ำเสียงที่ไม่ดี เลยมีปากเสียงกันบ่อยๆค่ะ แล้วมีการตัดพ้อว่าเดี๋ยวไปหานั่งที่อื่นรอก็ได้แบบไม่พอใจค่ะ
/// ปัจจุบันหนูฝึกงานจันทร์-ศุกร์เลย ห่างจากเพื่อนๆ ไม่ได้เจอกันเลย พอวันเสาร์ว่างๆเย็นๆเพื่อนชวนไปเดินตลาด แม่ก็ไม่อนุญาต เพราะแม่บอกว่า แม่ก็ไม่ได้กินข้าว หนูเลยค่อนข้างนอยค่ะ สต. หนูไม่ใช่คนดื้อหรืออะไรมากนะคะ แม่โทรหาหนูทุกวัน6โมงเย็น หนูไปไหนรายงานตลอด แต่ตอนนี้รู้สึกอึดอัดเพราะไม่ได้เที่ยวพักผ่อนเลยค่ะ บางทีแม่มาหนูชวนไปนู้นนี่แม่ก็บอกอยากนอน ทำงานมาเหนื่อย แต่หนูจะไปกับเพื่อนก็ไม่อนุญาต กลายเป็นหนูไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ
’หนูควรทำยังไงดีคะ‘
การมีแม่มาหาทุกเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่ปี 1-4 เป็นสิ่งที่หลายคนอาจรู้สึกโชคดีได้ใกล้ชิดผู้ใหญ่อย่างอบอุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความขัดแย้งหรือความลำบากใจระหว่างแม่กับลูกเสมอไป ในความเป็นจริง การปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแม่ในช่วงวัยเรียนหรือฝึกงานอาจทำให้รู้สึกอึดอัด หรือลดโอกาสและความเป็นอิสระกับเพื่อนหรือกิจกรรมสังคมอื่นๆ เช่นกรณีนี้ที่แม่พยายามดูแลแบบใกล้ชิด แต่ลูกสาวก็ต้องการเวลาที่จะได้ผูกมิตรและพักผ่อนกับเพื่อนบ้าง สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือ การสื่อสารอย่างเปิดใจและตรงไปตรงมากับแม่ เป็นสิ่งสำคัญมาก บางครั้งแม่อาจกังวลหรือรู้สึกว่าห่างไกลลูกจึงพยายามมาเยียวยาความสัมพันธ์เสมอ การพูดคุยเพื่อสร้างข้อตกลง เช่น วันเสาร์ที่แม่มา สามารถแบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้ครอบครัวและส่วนนึงให้ลูกได้มีเวลาอยู่กับเพื่อนหรืองานอดิเรกต่างๆ จะช่วยสร้าางความเข้าใจกันมากขึ้น นอกจากนั้นการจัดเวลาหรือเตรียมกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับแม่ในช่วงเวลาที่มาเยี่ยม เช่น พาไปเดินตลาดหรือทานข้าวนอกบ้าน แทนการอยู๋ในหอพักตลอดเวลา อาจช่วยลดความตึงเครียดและสร้างบรรยากาศที่ดีร่วมกันได้ สำหรับเรื่องการขออนุญาตไปสังสรรค์หรือออกไปข้างนอก แนะนำให้แจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจนและให้แม่ได้มีเวลาเตรียมใจ รวมถึงยืนยันความปลอดภัย เช่น การส่งตำแหน่งหรือรายงานความเคลื่อนไหว จะช่วยให้แม่รู้สึกใจชื้นและเพิ่มความเชื่อใจในตัวลูก ทุกความสัมพันธ์ในครอบครัวล้วนต้องอาศัยความเข้าใจและการปรับตัว การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกให้ดี ไม่ได้หมายความว่าต้องสละเสรีภาพหรือเวลาส่วนตัวของตัวเอง แต่เป็นการหาสมดุลที่จะรักและดูแลกันอย่างเหมาะสมที่สุด สุดท้าย การหากิจกรรมหรือช่วงเวลาที่แม่และลูกสามารถร่วมสนุกด้วยกันอย่างมีความสุข และการให้โอกาสตัวเองได้พักผ่อนหรืออยู่กับเพื่อนบ้าง จะช่วยให้ช่วงเวลาที่ได้เจอกันมีคุณภาพและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม