บันทึกลดน้ำหนัก

My diet story : โอเค! ถึงเวลาละ เราจะเริ่มบันทึกการน้ำหนัก

แต่ละweek เพื่อสร้างวินัยของตัวเอง

🍟 เริ่มด้วยภาพนี้ 53kg. 🍟

▫️ไม่ว่าจะพยายามยังไง กินเยอะมื้อเย็นติดต่อกันน้ำหนักก็จะอยู่ที่ 51-53 พอลงไปได้ 50 kg. อีกสักพักก็จะเพิ่มเหมือนเดิม

🥙อาหาร: เราทานข้าวแกง ข้าวถุงปกติเลย มื้อเที่ยงเราไม่คลีนเลย แต่เน้นที่กินอิ่ม มีผัก และไข่ตลอด

🥛โปรตีนเสริม: ทานแค่1 มื้อ พยายามจะกินตอนมื้อเย็นและมีพวกมันหวาน หรือโยเกิร์ตอะไรเพิ่มด้วย ะพยายามไม่ทานแทนมื้อาหาร **แนะนำให้กินโปรตีนธรรมชาติ**

🧘🏽‍♀️การออกกำลังกาย : นานๆออกที ไปวิ่งบ้างอาทิตย์ละครั้ง 5 km./ ครั้ง ให้ร่างกายได้ขยับ กระตุ้นการเผาผลาญ

มีเล่นหน้าท้อง และแขนที่ห้องเบาๆ 1-2 นาที ให้ร่างกายได้ขยับ

🧁: ขนมก็มีกินอยู่ ก็พักห้ามใจตัวเองได้บ้าง วันไหนเหนื่อยๆก็กินเลย ไม่อด ไม่งั้นจะกลับมากินเยอะกว่าเดิม (เคยเป็นโรคกินไม่หยุด ยัดขนมปัง ครัวซองต์ 3 ชิ้นทีเดียวแล้วมารู้สึกผิดตอนกลิ่นไปแล้ว มันไม่เฮลตี้เลย ทั้งร่างกายและจิตใจจาากการตัดไปเลย) #lemon8ไดอารี่ #ลดน้ําหนักแบบไม่เครียด #ระบบเผาผลาญพังเพราะกินน้อยมาตลอด #อาหาร #ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง

▫️ ครั้งนี้ เราจะพยายาม hack ร่างกายตัวเองให้ได้

▫️ เป้าหมายเราคือ 47 kg.

>>>>> ตอนี้ 49 kg. (ใช้เวลา 2 เดือน )

✨✨ลุย!✨✨

2025/11/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างวินัยและความเข้าใจในระบบเผาผลาญของร่างกายอย่างลึกซึ้งด้วย ผู้ที่เคยประสบปัญหาน้ำหนักไม่ลดหรือมีน้ำหนักขึ้น-ลงซ้ำซาก ต้องให้ความสำคัญกับการกินอย่างมีคุณภาพ เช่น การเลือกทานโปรตีนธรรมชาติในมื้ออาหารเพื่อลดผลกระทบต่อระบบเผาผลาญที่อาจพังเพราะอดอาหารหรือลดอย่างรุนแรง จากการบันทึกและแบ่งปันประสบการณ์นี้ พบว่า การรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ และเน้นผักกับไข่ช่วยให้อิ่มท้องและลดการกินจุบจิบ อีกทั้งการทานโปรตีนเสริมในมื้อเย็นพร้อมโยเกิร์ตหรือมันหวาน ก็ช่วยเพิ่มสารอาหารที่ร่างกายต้องการ โดยไม่ทดแทนมื้อหลักจนเกินไป การออกกำลังกายเองไม่ได้ต้องเข้มข้นแต่อย่างใด เช่น วิ่งสัปดาห์ละครั้งประมาณ 5 กม. และการเล่นกล้ามหน้าท้อง-แขนที่บ้านเพียง 1-2 นาที ก็สามารถช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้บ้าง นอกจากนี้การยอมรับความอยากบริโภคขนมในบางโอกาส เพื่อลดความเครียดและไม่ให้เกิดภาวะกินเกินจนเสียสุขภาพจิต ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีสำหรับการลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ตามบันทึกนี้ การตั้งเป้าหมายการลดน้ำหนักอย่างชัดเจน เช่น ลดเหลือ 47 กิโลกรัม จาก 53 กิโลกรัม และการติดตามผลทุกสัปดาห์ ช่วยสร้างความมีวินัยและทำให้ผู้ลดน้ำหนักรู้วิธีปรับตัวเพื่อ "hack" ร่างกายได้อย่างเหมาะสม อย่าลืมว่าการลดน้ำหนักแบบไม่เครียดและไม่อดอาหารมากเกินไป เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาระบบเผาผลาญให้ไม่พัง และทำให้น้ำหนักลงอย่างช้าๆ แต่มั่นคงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สำหรับใครที่เคยประสบปัญหาระบบเผาผลาญพังเพราะกินน้อย หรือน้ำหนักนิ่งไม่ลด ลองนำเทคนิคจากบันทึกนี้มาปรับใช้ดู เช่น กินโปรตีนเพียงพอแบบธรรมชาติ เพิ่มผักในมื้ออาหาร จำกัดขนมแต่อย่าอดจนเกินไป และอย่าลืมออกกำลังกายบ้างเล็กน้อย เพราะทั้งหมดนี้คือกุญแจสำคัญในการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว