1/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังหา “เสื้อ Red Bull” หรืออยากได้ฟีลทีม Red Bull Racing แบบใส่ไปดูแข่ง/ถ่ายรูปเท่ๆ บอกเลยว่าตลาดตอนนี้มีทั้งของแท้ ของลิขสิทธิ์ และของทำเลียนแบบปนกันเยอะมาก เราเคยเกือบกดสั่งเพราะเห็นรูปสวย (บางร้านเอาดีไซน์ไปคล้ายๆ เสื้อทีมอื่นด้วย) เลยสรุปวิธีเช็กแบบเข้าใจง่ายไว้ให้ค่ะ 1) แยกให้ออกก่อนว่าอยากได้ “เสื้อทีม” แบบไหน - เสื้อทีมลิขสิทธิ์ (Teamline): มักมีโลโก้สปอนเซอร์ครบ งานพิมพ์เนี้ยบ ผ้าดี ราคาอยู่ระดับกลางถึงสูง - เสื้อแฟชั่น/คอลแลบ: บางคอลเลกชันจะเน้นกราฟิกเท่ๆ ใส่ได้ทุกวัน โลโก้ไม่จำเป็นต้องจัดเต็ม - ชุดหมี/จัมพ์สูท (Redbull jumpsuit): ถ้าจะเอาแบบเหมือนช่าง/ทีมพิท ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะของแท้หาไม่ง่าย และของทำเองมีเยอะมาก 2) ช่องทางซื้อที่ปลอดภัยกว่า (ลดเสี่ยงโดนหลอก) - ร้าน/เว็บทางการของทีม หรือร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์ (มักมีบิล/ใบสั่งซื้อชัดเจน) - ร้านกีฬา/สตรีทที่ระบุชัดว่าเป็น “official licensed product” - ถ้าซื้อผ่านมาร์เก็ตเพลส ให้ดูรีวิวรูปจริงหลายๆ รีวิว และเช็กประวัติร้าน (เปิดมานานไหม มีการรับคืนหรือเปล่า) 3) วิธีเช็กของแท้/งานลิขสิทธิ์แบบเร็วๆ - ป้าย/แท็ก: ของลิขสิทธิ์จะมีแท็กแบรนด์ + รายละเอียดวัสดุ/ประเทศผลิต/วิธีซักครบ ตัวหนังสือคม - งานโลโก้: โลโก้ควรจัดวางสมส่วน ไม่เบี้ยว สีไม่เพี้ยน และขอบงานพิมพ์/งานปักเรียบร้อย - รายละเอียดเล็กๆ: ซิป กระดุม ตะเข็บ จะดูแน่น ไม่รุ่ยง่าย โดยเฉพาะเสื้อแนวทีมแข่งที่ใช้บ่อย 4) ทริคเลือกไซซ์ให้ใส่แล้วทรงสวย เสื้อทีมบางรุ่นจะออกทรงสลิมกว่าปกติ ถ้าชอบใส่สบายแนะนำเผื่อ 1 ไซซ์ และดูตารางอก/ไหล่เป็นหลัก อย่าดูแค่ S/M/L เพราะแต่ละแบรนด์ไม่เท่ากัน ส่วน jumpsuit ให้ดูความยาวลำตัวกับช่วงสะโพกสำคัญมาก ไม่งั้นนั่งแล้วตึง 5) ข้อควรระวังกับดีไซน์ “แรงบันดาลใจ” ช่วงนี้มีหลายร้านทำเสื้อที่ใช้ธีม F1 แล้วเอาไปคล้ายเสื้อทีมอื่น (บางรูปเหมือนเสื้อ Ferrari หรือมีคำว่า Jersey / T Shirt F1 ปนๆ) ถ้าคุณตั้งใจจะใส่แบบแฟชั่นก็แล้วแต่ แต่ถ้าต้องการของลิขสิทธิ์จริงๆ ให้ยึดคำว่า official/แท็กสินค้า/ใบเสร็จเป็นหลัก จะไม่เสียเงินฟรี สรุปคือ ถ้าอยากได้ “เสื้อ Red Bull” ใส่แล้วดูดีและไม่พลาด แนะนำเริ่มจากช่องทางลิขสิทธิ์ก่อนเสมอ แล้วค่อยไล่ดูรายละเอียดแท็ก งานพิมพ์ และไซซ์ให้ชัวร์ค่ะ