💚 กินองุ่นเขียวใต้โต๊ะ 12 ลูก 🍇🥳🫶🏼

อำเภอ กระสัง
1/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าพูดถึง “ประโยชน์องุ่นเขียว” ที่หลายคนค้นหา ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นผลไม้ที่กินง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลอย่างคืนปีใหม่ที่ชอบหยิบมากินเล่น (บางคนมีคอนเทนต์กินองุ่นเขียวใต้โต๊ะ 12 ลูกด้วย) แต่ไม่ว่ากินตอนไหน ถ้ากินให้พอดีก็ได้ข้อดีหลายอย่างเลย 1) สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลผิวและความเสื่อมของร่างกาย องุ่นเขียวมีสารกลุ่มโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ ซึ่งมักถูกพูดถึงเรื่องการช่วยต้านอนุมูลอิสระ เราไม่ได้คาดหวังว่า “กินแล้วผิวใสทันที” แต่มองว่าเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ช่วยเติมของดีให้ร่างกายได้ โดยเฉพาะวันที่พักผ่อนน้อยหรือเจอมลภาวะเยอะๆ 2) ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด (ในภาพรวม) หลายแหล่งข้อมูลพูดถึงสารต้านอนุมูลอิสระในองุ่นที่มีส่วนช่วยเรื่องการทำงานของหลอดเลือด และช่วยลดการอักเสบระดับเล็กๆ ในร่างกายได้บ้างในภาพรวม แน่นอนว่าไม่ใช่ยารักษาโรค แต่ถ้าทำควบคู่กับการกินอาหารครบหมู่+ออกกำลังกาย ก็เป็นตัวเลือกผลไม้ที่ดี 3) ไฟเบอร์ช่วยเรื่องขับถ่าย องุ่นมีใยอาหารพอสมควร โดยเฉพาะถ้ากินทั้งเปลือก (ล้างให้สะอาดก่อน) ส่วนตัวสังเกตว่าถ้ากินเป็นของว่างแทนขนมหวาน จะรู้สึกท้องเบาและไม่หนักท้องมาก แต่ถ้ากินเยอะไปก็อาจท้องอืดได้เหมือนกัน 4) เติมน้ำให้ร่างกาย กินแล้วสดชื่น องุ่นเป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะ กินแล้วสดชื่น เหมาะกับวันที่อากาศร้อนหรือวันที่อยากหาอะไรหวานแบบไม่หนักเกินไป เราชอบแช่เย็นก่อนกิน จะกรอบขึ้นและช่วยลดความอยากของหวานจุกจิกได้ดี วิธีกินองุ่นเขียวให้ได้ประโยชน์ (และไม่เผลอหวานเกิน) - เลือกเป็น “ของว่าง” ระหว่างมื้อ แทนขนม/ชานม - จับคู่กับโปรตีนหรือไขมันดีเล็กน้อย เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ/ถั่ว จะอยู่ท้องขึ้น - แบ่งปริมาณ: เริ่มจากประมาณ 1 กำมือ (ราว 10–15 ลูกตามขนาด) แล้วดูว่าร่างกายเราโอเคไหม - ล้างให้สะอาด โดยเฉพาะถ้าจะกินทั้งเปลือก (แช่น้ำผสมเบกกิ้งโซดาหรือใช้น้ำไหลล้างหลายๆ รอบ) ข้อควรระวังเล็กๆ องุ่นมีน้ำตาลธรรมชาติอยู่พอสมควร คนที่คุมน้ำตาล/เป็นเบาหวานควรคุมปริมาณ และถ้ามีปัญหากรดไหลย้อนหรือท้องอืดง่าย แนะนำลองกินทีละน้อยก่อน สรุปคือ “ประโยชน์องุ่นเขียว” เด่นๆ สำหรับเราคือสดชื่น กินง่าย ได้สารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ แต่คีย์สำคัญคือกินให้พอดี เลือกเป็นของว่างที่ช่วยให้เราอยู่ในโหมดสุขภาพดีได้แบบไม่เครียดค่ะ