6/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “hada” แล้วมักจะหมายถึง Hada Labo (ฮาดะลาโบะ) โดยเฉพาะไอเท็มสายผิวฉ่ำอย่าง “น้ำตบผิวฉ่ำไบรท์” ที่ช่วงนี้ดังมาก เราเองก็เป็นคนที่วนกลับมาใช้ซ้ำบ่อย ๆ เพราะถ้าวันไหนผิวแห้งกร้านหรือแต่งหน้าแล้วตกร่อง น้ำตบตัวนี้ช่วยพยุงผิวให้ดูอิ่มน้ำขึ้นได้ค่อนข้างไว ความรู้สึกหลังใช้ (สไตล์คนอยากได้ผิวฉ่ำดื่มแสง) - หลังตบ/กดลงผิวจะรู้สึกชุ่มทันที ผิวดูฟูและนิ่มขึ้น เหมาะมากกับวันที่ผิวล้า - ถ้าใช้ต่อเนื่อง ผิวจะดู “อิ่มน้ำ” แบบสุขภาพดี เวลาโดนแสงจะดูฉ่ำ ๆ มากกว่าผิวมัน - จุดที่เราชอบคือมันช่วยให้แต่งหน้าติดขึ้น รองพื้นเกาะผิวดีขึ้น โดยเฉพาะโซนแก้มที่ชอบแห้ง วิธีใช้ให้ผิวฉ่ำแบบไม่เหนอะ (ทริคที่ทำให้เห็นผลชัด) 1) หลังล้างหน้า ซับหน้าให้หมาด ๆ แล้วลงน้ำตบทันที ผิวจะรับความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น 2) ใช้ได้ 2 วิธี: เทใส่มือแล้วกดเข้าผิว หรือหยดใส่สำลีแล้วเช็ดเบา ๆ (เราแนะนำ “กดเข้าผิว” จะฉ่ำกว่า) 3) ถ้าวันไหนผิวแห้งมาก ให้ลง 2-3 รอบแบบบาง ๆ (layering) ดีกว่าลงทีเดียวหนา ๆ จะซึมสวยกว่า 4) ปิดท้ายด้วยมอยส์เจอไรเซอร์/ครีม เพื่อ “ล็อกน้ำ” ไม่ให้ระเหยออกระหว่างวัน เหมาะกับใคร? - คนผิวแห้ง หรือผิวขาดน้ำ (หน้ามันแต่ผิวในแห้ง) จะชอบมาก เพราะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่ม - คนที่อยากได้ลุคผิวฉ่ำไบรท์/ผิวดื่มแสง แต่งหน้าแล้วไม่อยากให้เป็นคราบ - คนผิวมันก็ใช้ได้ แนะนำใช้ปริมาณน้อยและตามด้วยเจลมอยส์เนื้อเบา จะไม่หนักหน้า ข้อสังเกตจากการใช้จริง น้ำตบอย่างเดียวอาจทำให้ผิวชุ่ม “ช่วงแรก” แต่ถ้าไม่ลงมอยส์ปิดทับ ผิวบางคนจะกลับมาแห้งเร็ว โดยเฉพาะห้องแอร์ทั้งวัน ดังนั้นถ้าอยากให้ฉ่ำยาว ๆ ให้จับคู่กับมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวค่ะ ถ้ากำลังลังเลว่าจะเริ่มจาก “hada labo” ตัวไหน เราว่าเริ่มที่สายชุ่มชื้นอย่างน้ำตบผิวฉ่ำไบรท์ก่อนนี่แหละ เข้าใจง่าย ใช้ได้ทุกวัน และเห็นผลเรื่องความอิ่มน้ำของผิวค่อนข้างชัดค่ะ