2/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การล้างผักผลไม้ที่บ้าน ผมพบว่าการใช้วิธีแช่น้ำเปล่าประมาณ 5-20 นาที แล้วล้างผ่านน้ำสะอาดไหลช่วยลดสารเคมีตกค้างได้อย่างชัดเจน การเขย่าหรือลูบเบาๆ ขณะแช่ช่วยให้น้ำซึมผ่านผิวผักผลไม้มากขึ้น ผักหรือผลไม้แต่ละชนิดมีความหนาของผิวต่างกัน เราควรใช้เวลาแช่ที่เหมาะสม อย่าลืมล้างน้ำไหลผ่านนานอย่างน้อย 30 วินาทีเพื่อชะล้างสิ่งตกค้างให้หลุดออกหมด สำหรับการใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต ผมใช้ตามคำแนะนำคือ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ผักผลไม้รวมถึงผลไม้ที่ผิวไม่หนามากไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง จะรู้สึกว่าผักสะอาดและสดชื่นขึ้น บางครั้งผมก็ใช้เกลือผสมกับน้ำในการล้าง โดยใช้เกลือหนึ่งช้อนโต๊ะ ต้มละลายให้หมดแล้วแช่ผัก ผลไม้เหมือนกัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง แต่ควรล้างน้ำสะอาดสองรอบหลังแช่เพื่อป้องกันรสเค็มตกค้าง ข้อสำคัญอีกอย่างคือควรหลีกเลี่ยงการใช้ด่างทับทิมในการล้างผักผลไม้ เพราะกฎหมายและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังไม่อนุญาตให้ใช้สารนี้ในอาหาร และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ สุดท้ายการเลือกซื้อผักผลไม้ที่มีฉลากรับรองจาก อย. เช่น ฉลาก XX-X-XXXXX-X-XXXX จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้นอย่างแท้จริง การล้างผักผลไม้อย่างถูกวิธีและใช้สารทำความสะอาดที่ปลอดภัยจะช่วยปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัว และยังช่วยลดความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างอีกด้วย