เคล็ดลับการเงินที่หลายคนยังเข้าใจผิด!!!

เวลาพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนยังเข้าใจผิดว่า การทำประกัน = การออมเงิน โดยเฉพาะ “ประกันออมทรัพย์” ที่ชื่อดูเหมือนการเก็บเงิน แต่ความจริงแล้ว ประกันไม่ใช่การออม และไม่เหมาะกับการใช้เพื่อสร้างความมั่งคั่งเลยครับ

ประกันมีไว้เพื่อ “คุ้มครองความเสี่ยง” ไม่ใช่เพื่อสร้างผลตอบแทน ดังนั้นถ้าอยากเก็บเงินให้งอกเงย ต้องเลือกการลงทุน แต่ถ้าอยากความอุ่นใจเวลาเกิดเหตุไม่คาดคิด ต้องใช้ประกัน

📍ถ้าเป้าหมายคือ “เก็บเงินให้โต” → การลงทุนคือทางเลือกที่ดีกว่า

หลายคนเลือกทำ ประกันออมทรัพย์ เพราะคิดว่าได้ทั้งความคุ้มครองและเงินออม แต่จริง ๆ แล้ว…

• เงินที่ได้คืนเมื่อครบสัญญาโตช้า ไม่ต่างจากการฝากเงินระยะยาว

• ยกเลิกกลางทาง ขาดทุนแทบจะทันที

• เบี้ยที่จ่ายไป ไม่ได้ถูกสะสมทั้งหมด เพราะมีค่าใช้จ่ายด้านความคุ้มครองหักออกไป

ดังนั้น แม้ชื่อจะดูเหมือนการออม แต่ แกนหลักของประกันออมทรัพย์คือ “การคุ้มครอง” ไม่ใช่การลงทุน

สรุป

• ประกันไม่ใช่การออมเงิน เพราะให้ผลตอบแทนต่ำและสภาพคล่องไม่ดี

• ประกันออมทรัพย์ก็ไม่ใช่การออม แต่คือ “ประกันชีวิตที่มีเงินคืนเล็กน้อย”

• การวางแผนการเงินที่ดี ควรแยกชัดเจนว่า

• ประกัน = เพื่อคุ้มครองความเสี่ยง

• การลงทุน/การออม = เพื่อสร้างความมั่งคั่ง

✅ ดังนั้น แนวทางที่ถูกต้องคือ ลงทุนเพื่ออนาคต + ทำประกันเพื่อความเสี่ยง จะช่วยให้คุณทั้งมั่นคง และมั่งคั่งไปพร้อมกัน

✅ วิธีวางแผนการเงินที่ถูกต้อง คุณจะได้ทั้งเงินเติบโต และความมั่นใจว่าไม่ล้มละลายเวลาเจอเรื่องไม่คาดคิด

เทคนิคการวางแผนการเงินส่วนบุคคลให้ได้ผล

• ใช้แอปพลิเคชันจัดการรายจ่าย

• หลีกเลี่ยงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

• ลงทุนในความรู้และทักษะเพื่อเพิ่มรายได้

• วางแผนภาษีเพื่อลดภาระและเพิ่มเงินออม

🗣ข้อแนะนำ:

✅ หลักคิดง่าย ๆ ในการเลือกทำประกัน

1. ป้องกันความเสี่ยงที่เราแบกรับเองไม่ไหว เช่น ค่ารักษาหลักแสน–หลักล้าน

2. ไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันเกิน 10–15% ของรายได้ต่อปี เพื่อไม่ให้เป็นภาระเกินไป

3. เลือกประกันให้เหมาะกับช่วงวัย

• วัยทำงาน: เน้นประกันชีวิต + สุขภาพ + อุบัติเหตุ

• วัยใกล้เกษียณ: เน้นสุขภาพ + โรคร้ายแรง

#lemon8review #lemon8finance #การวางแผนการเงิน #รีวิวออมเงิน #คุยเรื่องเงิน

2025/8/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมนอกจากเรื่องความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันออมทรัพย์แล้ว ผมขอแชร์เทคนิคเพิ่มเติมที่ได้ลองใช้แล้วช่วยให้วางแผนการเงินได้ดีขึ้นมากครับ 1. ใช้แอปพลิเคชันจัดการรายจ่ายอย่างจริงจัง ช่วยให้เห็นภาพรายรับรายจ่ายชัดเจน และสามารถตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกได้ 2. หลีกเลี่ยงหนี้สินที่ไม่สร้างรายได้ เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อเพื่อบริโภค เพราะจะเพิ่มภาระทางการเงินและทำให้การออมเงินเป็นไปได้ยากขึ้น 3. ลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะ ทั้งผ่านการเรียนออนไลน์หรืออบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มโอกาสรายได้ในอนาคต รวมทั้งช่วยให้ตัดสินใจเรื่องการลงทุนได้ดีขึ้น 4. วางแผนภาษีด้วยการเลือกลงทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ เช่น กองทุน LTF หรือ RMF ซึ่งช่วยเพิ่มเงินออมโดยที่ภาระภาษีลดลง ข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกประกันคือ ควรคิดให้รอบคอบเรื่องวงเงินคุ้มครอง และไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันเกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี เพื่อไม่ให้เป็นภาระเกินไป โดยเฉพาะคนวัยทำงานควรเน้นประกันชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุ ส่วนคนใกล้เกษียณควรมองหาประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการแยกชัดเจนระหว่างการลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง และการทำประกันเพื่อความคุ้มครอง ทำให้การวางแผนการเงินมีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นในทุกช่วงชีวิต