ทิ้งแมว เรื่องราวของพ่อและผม มุราคามิเล่มที่2
เล่มแรกที่อ่านจบ What I talk about when I Talk about running
เล่มนี้ Abandoning a Cat: When I talk about when I talk about my father
เป็นหนังสือกลุ่ม memoir บันทึกความทรงจำเหมือนกัน
เรา connect กับหนังสือมาก นึกถึงพ่อเรา
ความคาดหวังส่งต่อผ่าน generation ได้
พ่อมุราคามิอยากเป็นครู อยากเรียนคณะอักษรศาสตร์ ชอบไฮคุ โคลงกลอน แต่ต้องไปจับปืน เป็นทหารช่วงสองครามโลก สุดท้ายรอดตายมา ได้สานฝัน แต่ทรอม่าหรือบาดแผลที่ถูกบังคับให้ฆ่าคน เชลยศึกจีนยังคงฝังแน่นในใจ ความสัมพันธ์พ่อลูกเย็นชา
มุราคามิเห็นพ่อเรียนเก่ง หัวดี ไม่ได้อยากเป็นแบบพ่อ แต่พอเป็นนักเขียน พ่อก็ดีใจด้วย คงเพราะสิ่งแวดล้อมที่พ่อเป็นครูภาษาญี่ปุ่น มีห้องสมุดที่บ้าน เรียนเอกวรรณกรรม มุราคามิเลยซึมซับการอ่านตั้งแต่เด็ก
มันได้เห็นว่าทำไมมุราคามิถึงวิ่ง เป็นเรื่องราวต่อจากนั้น ทำให้เข้าใจเค้ามากขึ้น ถึงแม้พ่อของเขาจะอายุ 90 ปี อายุยืน แต่สุขภาพไม่ดีเลย มะเร็งลุกลามกับเบาหวานขั้นหนัก มุราคามิคงไม่อยากให้ลูกต้องมาคอยพยาบาลเค้า แถมพ่อเค้ายังติดเหล้าด้วย
มาที่เรา พ่อเราเลือกเรียนเกษตร เพราะปู่มีฟาร์ม ต้องกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว เพราะเป็นลูกชายคนโต ในนิยาย ลุงของมุ ราคามิทำงานกรมสรรพากร ต้องออกมาเป็นเจ้าอาวาสต่อจากปู่ที่ล่วงลับ ความฝันจริง ๆ ของพ่อคือ เรียนรัฐศาสตร์ ทำงานราชการ ไม่ก็ธนาคาร สอบได้กสิกร แต่ไปไม่ได้ด้วยจังหวะชีวิตที่ปู่มาตั้งฟาร์มสาขาที่พยุหะ
ความอยากเป็นข้าราชการของพ่อแม่จึงส่งต่อมาที่เรา เป็นภาระอันหนักอึ้งที่จะต้องทำให้ได้ ทั้งที่ใจจริงของเราอาจจะแค่อยากทำงานที่ทำแล้วมีความสุข ทำได้ดี อยากตื่นเช้าขึ้นมาทำ ไม่ใช่งานอะไรก็ได้ขอแค่เป็นราชการ กินเงินเดือน กินตำแหน่ง
เรามักถูกถากถางว่าเรียนเก่ง สอบได้คณะ มหาวิทยาลัยดี ๆ แต่กลับยังเงินเดือนน้อย งานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ลาออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ ก็เราต้องสอบให้ได้ก่อน ทำ ๆ งานไปก่อนทุกครั้งที่เรียนจบตรี หรือกระทั่งโท แล้วค่อยย้าย รอเวลา รองาน มันเลยไม่ได้คุณภาพซะที





