✅Web สรุป Subscription/รายจ่ายทั้งชีวิต ว่าอันไหนกินเงินสุด⁉️💸

💸✨ แนะนำ Website คำนวณ Subscription

แต่จริงๆเอาไว้ส่อง “รายจ่ายทั้งชีวิต” ได้เลย‼️

.

เคยเป็นกันมั้ย?

สมัครแอปไปไม่กี่อัน 💳

แต่พอรวมยอดที

เงินหายไปหลายพันแบบงง ๆ 💸😱

.

เราไปเจอ Website 💻

https://visualize.nguyenvu.dev/

ที่ออกแบบมาคำนวณ Subscription โดยเฉพาะ🤩

แต่จริงๆก็เอาค่าาใช้จ่ายอื่น ๆ มาคำนวณรวมได้หมด

แถมสรุปภาพรวมรายจ่ายมาให้ดูแบบเข้าใจง่าย✅

.

ไม่ว่าจะเป็น

🍔 ค่า Grab / Lineman

📺 Netflix / Disney+ / Spotify

🏥 ประกัน

📱 ค่าเน็ต ค่าแอป

หรือรายจ่ายประจำแบบ Fixed Cost

.

วิธีใช้

1️⃣ เข้าเว็บ https://visualize.nguyenvu.dev/ และกด Add subscription

2️⃣ ตั้งชื่อรายการ + พิมพ์ Website + ใส่ราคา (เลือกรอบจ่าย รายสัปดาห์ / เดือน / ปี) แถมเลือกสีแต่ละรายการได้ด้วย

3️⃣ กด Save แล้วเพิ่มรายการไปเรื่อยๆจนครบ

4️⃣ เมื่อสร้างครบแล้ว ก็กด Generate Grid

.

สิ่งที่ได้คือ… 👀✨

ภาพสรุปรายจ่ายแบบเห็นชัดมาก

✅ รายการไหนกินเงินเราสุด

✅ หมดเงินเดือนละเท่าไหร่

✅ ถ้าปล่อยยาว = หมดปีละเท่าไหร่ 😱

.

เหมาะมากๆสำหรับคนที่อยาก

✔️ คุมรายจ่าย

✔️ เช็ก Subscription ที่ลืมยกเลิก

✔️ วางแผนตัดอะไรทิ้งดี

.

เราว่าเว็บนี้ช่วยได้จริง เห็นภาพรวมดีมาก💖

ลองทำแล้วมาแชร์หน่อย

ว่าเพื่อนหมดเงินกับอะไรเยอะสุด⁉️💸

.

#ต้อนรับ2026 #เป้าหมายการเงิน #แอปบันทึกค่าใช้จ่าย #ดูแลตัวเอง #เล่าเรื่องตัวเอง

1/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังสงสัยว่า “ค่า subscription” ของตัวเองจริงๆ แล้วหมดไปเท่าไหร่ต่อเดือน/ต่อปี เราแนะนำให้ลองทำแบบนี้ก่อน จะได้คุมรายจ่ายแบบเห็นภาพและตัดสินใจยกเลิกได้ง่ายขึ้น 1) ลิสต์รายจ่ายที่เข้าข่าย Subscription ให้ครบ (ไม่ใช่แค่แอป) หลายคนจะนึกถึงแค่ Netflix/Disney+/Spotify แต่จริงๆ รายจ่ายที่ “ตัดอัตโนมัติ” หรือเป็นรายเดือนคงที่ก็ควรรวมหมด เช่น ค่าเน็ต AIS/ค่ายมือถือ, ประกัน (เช่น AIA), แอปเก็บไฟล์/โปรแกรมทำงาน, ฟิตเนส, หรือสมาชิกพรีเมียมต่างๆ พอรวมกันแล้วจะเห็นว่าไม่ได้มีแค่ 2–3 รายการ 2) ใส่ “ค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เผลอบ่อย” เข้าไปด้วย เพื่อรู้ตัวการกินเงิน อันนี้เป็นทริคที่เราใช้แล้วช็อกที่สุด คือเพิ่มค่า Grab / Lineman หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 แบบเฉลี่ยต่อสัปดาห์/ต่อเดือนเข้าไปด้วย ถึงมันไม่ใช่ subscription แท้ๆ แต่พอเว็บสรุปเป็นภาพรวมให้ จะเห็นเลยว่าอะไรคือรายจ่ายที่ใหญ่จริง (บางคนแพ้ค่ากิน-ส่งอาหารมากกว่าค่าแอปสตรีมมิ่งอีก) 3) ตั้งรอบจ่ายให้ถูก: รายสัปดาห์/เดือน/ปี หลายบริการคิดรายปี (เช่นบางแอปหรือประกัน) ทำให้เรารู้สึกว่า “ไม่แพง” เพราะจ่ายทีเดียว แต่พอเฉลี่ยออกมาเป็นรายเดือนแล้วตัวเลขจะชัดมาก เวลาใส่ในเว็บให้เลือกรอบจ่ายให้ตรง จะได้ยอดรวมต่อเดือน/ต่อปีที่แม่น 4) เช็ก 3 จุดก่อนกดตัดอะไรทิ้ง - ใช้จริงกี่วันต่อเดือน (ถ้าเปิดดู 1–2 ครั้ง อาจไม่คุ้ม) - ซ้ำซ้อนกันไหม (มี Netflix แล้ว ยังต้องมี VIU/Disney+ ครบทุกตัวหรือเปล่า) - มีแพ็กเกจหารกันได้ไหม หรือเปลี่ยนเป็นรายปีคุ้มกว่าไหม 5) เทคนิค “ลดค่า subscription” แบบไม่เจ็บตัว (จากที่เราลอง) - ตั้งวันเช็กทุกเดือน 1 วัน (เช่นวันเงินเดือนออก) แล้วเปิดดูสรุปอีกรอบ - ยกเลิกแบบ “พัก 1 เดือน” ก่อน ถ้ารู้สึกอยากกลับมาค่อยสมัครใหม่ - ตั้งงบ Subscription ต่อเดือน เช่นไม่เกิน X บาท ถ้าเกินต้องตัด 1 รายการ พอเราลองกรอกทุกอย่างลงเว็บแล้วกด Generate Grid มันทำให้เห็นภาพรวมรายจ่ายชัดมาก ทั้งยอดต่อเดือนและลากยาวเป็นต่อปี แล้วคำถาม “อะไรที่กินเงินสุด” จะตอบได้ทันที แบบไม่ต้องเดา ลองทำแล้วค่อยแชร์กันได้เลยว่าเดือนนึงค่า subscription ของทุกคนอยู่ประมาณเท่าไหร่

11 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Phet Namphet
Phet Namphet

🤩

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ :‧₊˚ 🌻✩❨KING❩✨⋆ ♡̷:‧₊
:‧₊˚ 🌻✩❨KING❩✨⋆ ♡̷:‧₊

มีแต่เว็บน่าใช้ทั้งนั้นเลย ต้องลองไปตามดูบ้างแล้วค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม