Automatically translated.View original post

Compare the famous primer & how much drop. Let's see.👀

1/19 Edited to

... Read moreหลายคนถาม “ที่ทารองพื้น” แบบไหนให้ผิวดูเนียนและไม่ตกร่อง เราเลยสรุปวิธีที่ใช้แล้วเวิร์ก พร้อมทริคเลือกเฉดให้เข้าผิว โดยเฉพาะคนผิวขาวเหลืองปานกลางที่มักลังเลระหว่างโทน W (เหลือง) กับ N (นิวทรัล) อย่าง 22W และ 23N 1) เตรียมผิวก่อนทารองพื้น (สำคัญกว่าที่คิด) - ล้างหน้าแล้วลงมอยส์เจอไรเซอร์ให้พอดี ถ้าโบกหนาเกิน รองพื้นจะลื่นและแยกชั้นง่าย - ถ้าผิวมัน/รูขุมขนกว้าง ใช้ไพรเมอร์เฉพาะจุด (ข้างจมูก แก้ม) จะช่วยให้รองพื้นเกาะผิวและไม่เป็นคราบ - กันแดดต้องรอเซ็ตตัวก่อน 3-5 นาที ไม่งั้นรองพื้นจะเป็นเม็ดหรือจับตัวเป็นก้อน 2) วิธีทารองพื้นให้เนียน (เลือกตามลุคที่อยากได้) - อยากได้ผิวบางแต่สวย: แต้มรองพื้น 3-4 จุดแล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำบีบหมาด “กด” ไม่ถู เริ่มจากกลางหน้าออกไปกรอบหน้า - อยากได้ปกปิดขึ้น: ใช้แปรงรองพื้นปาดบางๆ ก่อน 1 รอบ แล้วค่อยใช้ฟองน้ำกดซ้ำ จะเนียนกว่าใช้แปรงอย่างเดียว - ใต้ตา/ร่องจมูก: ใช้รองพื้นนิดเดียวพอ แล้วค่อยเพิ่มเฉพาะจุด ลดโอกาสตกร่องระหว่างวัน 3) ทาแบบ “ครึ่งหน้า” เพื่อเทียบสีให้ชัวร์ ถ้ากำลังเทียบ 22W vs 23N แนะนำทาคนละซีกหน้าแบบในภาพเลย แล้วออกไปเจอแสงธรรมชาติ จะเห็นทันทีว่าโทนไหนกลืนผิวกว่า (บางทีในห้องไฟเหลืองทำให้หลอกตา) 4) เช็กดรอประหว่างวันยังไงให้ตรง เราชอบเช็ก 3 ชม. / 5 ชม. / 7 ชม. โดยดู 3 อย่าง: (1) ความหมองหรือดรอป (2) ความมันแยกชั้น (3) คราบบริเวณข้างจมูก/คาง ถ้าดรอปง่าย ลองเปลี่ยนเป็นแป้งโปร่งแสงบางๆ แทนแป้งผสมรองพื้น เพราะแป้งผสมรองพื้นยิ่งทำให้สีเข้มขึ้นได้ 5) เซ็ตให้ติดทน ไม่หลุดเป็นปื้น - เซ็ตแป้งเฉพาะ T-zone พอ ถ้าเซ็ตทั้งหน้าเยอะ ผิวจะดูหนาและแตกง่าย - ฉีดสเปรย์ล็อกเมคอัพหลังแต่งเสร็จ แล้วใช้ฟองน้ำกดเบาๆ อีกที เมคอัพจะ “ฟิวส์” กับผิวและดูผิวสวยขึ้น หวังว่าทริค “ที่ทารองพื้น” เหล่านี้จะช่วยให้ทาออกมาเนียนขึ้น และถ้ากำลังลังเล 22W กับ 23N แนะนำลองเทียบครึ่งหน้าพร้อมเช็กดรอปตามช่วงเวลา จะตัดสินใจง่ายขึ้นมากค่ะ